พาณิชย์ เผย 4 กลุ่มสินค้าส่งออกไทย โตสวนวิกฤตโควิด

วันที่ 24 ต.ค. 2563 เวลา 18:25 น.
พาณิชย์ เผย 4 กลุ่มสินค้าส่งออกไทย โตสวนวิกฤตโควิด
พาณิชย์เจาะลึกสินค้าส่งออกไทยดาวรุ่ง โตสวนกระแสโลกตอบรับกระแส New Normal คาดปี63 ส่งออกไทยติดลบไม่เกิน 7% ปีหน้าทยอยฟื้น

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า การส่งออกปีนี้เผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ทั้ง ภัยแล้ง สงครามการค้า ค่าเงินบาท โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกหยุดชะงักจากมาตรการล็อกดาวน์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบต่อรายได้ธุรกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน อีกทั้งพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป การรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันโรคระบาด และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ สนค. ได้ศึกษาวิเคราะห์สินค้าส่งออกของไทยที่มีสัดส่วนการส่งออกใน 9 เดือนแรกปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยสามปีที่ผ่านมา (2560 – 2562) สะท้อนให้เห็นกลุ่มสินค้าส่งออกที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส โดยพบว่าสินค้าส่งออกที่มีการเติบโตสวนกระแสโลก และเป็นสินค้าที่ตอบรับกระแสนิวนอร์มอล แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อาหาร และอาหารแปรรูป

สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ อาหารสด อาหารกระป๋อง เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และน้ำผลไม้

  • อาหารสด ได้แก่ ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 21.68 (ขยายตัวในจีน ฮ่องกง สิงคโปร์) และหมูสดแช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 642.90 (ขยายตัวในฮ่องกง และเมียนมา)
  • อาหารกระป๋อง ได้แก่ ทูน่ากระป๋อง ขยายตัวร้อยละ 9.11 (ขยายตัวในสหรัฐฯ เปรู อียิปต์ แคนาดา ซาอุดีอาระเบีย) กุ้งกระป๋อง ขยายตัวร้อยละ 10.20 (ขยายตัวในสหรัฐฯ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย เม็กซิโก สหราชอาณาจักร) ปลาหมึกกระป๋อง ขยายตัวร้อยละ 88.24 (ขยายตัวในญี่ปุ่น สหรัฐฯ กัมพูชา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ไต้หวัน) ข้าวโพดหวานกระป๋อง ขยายตัวร้อยละ 13.25 (ขยายตัวในทุกตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ) หน่อไม้กระป๋อง ขยายตัวร้อยละ 37.76 (ขยายตัวในทุกตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ แคนาดา ออสเตรเลีย)
  • น้ำผลไม้ผสม ขยายตัวร้อยละ 25.13 (ขยายตัวในไต้หวัน กัมพูชา สหรัฐฯ จีน) และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ขยายตัวร้อยละ 4.02 (ขยายตัวในจีน สิงคโปร์ สปป.ลาว เมียนมา กัมพูชา

กลุ่มที่ 2 สินค้าป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด

ได้แก่ ถุงมือยาง สบู่

  • ถุงมือยาง ขยายตัวร้อยละ 61.34 โดยขยายตัวสูงต่อเนื่องเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และจีน
  • สบู่ ขยายตัวร้อยละ 27.74 (ขยายตัวในออสเตรเลีย กลุ่มประเทศ CLMV และสหราชอาณาจักร)

กลุ่มที่ 3 สินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและสำหรับการทำงานที่บ้าน (Work from Home)

ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเฟอร์นิเจอร์

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัว ได้แก่ ตู้เย็น (ขยายตัวร้อยละ 2.6 ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย) เตาอบไมโครเวฟ (ขยายตัวร้อยละ 32.06 ในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น แคนาดา)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ได้แก่ ลำโพง (ขยายตัวร้อยละ 81.53 ขยายตัวในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์) พัดลม (ขยายตัวร้อยละ 1.26 ขยายตัวในสหรัฐฯ จีน แคนาดา) คอมพิวเตอร์ (ขยายตัวร้อยละ 3.33 ขยายตัวในสหรัฐฯ จีน)
  • เฟอร์นิเจอร์ (ขยายตัวร้อยละ 11.83 ขยายตัวในสหรัฐฯ เวียดนาม เกาหลีใต้)

กลุ่มที่ 4 ยานพาหนะ

คือ รถจักรยานยนต์ (ขยายตัวร้อยละ 17.85 ขยายตัวในจีน ญี่ปุ่น เบลเยียม)

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวเพิ่มเติมว่าภาพรวมการส่งออกของไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกที่มีทิศทางดีขึ้น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ดีในหลายประเทศ ส่งผลให้เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการปิดสถานที่และควบคุมการเดินทาง อัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกและนำเข้าของไทยหดตัวน้อยลงตามลำดับ แสดงถึงศักยภาพในการปรับตัวของธุรกิจทั้งฝั่งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค การส่งออกของไทยยังหดตัวน้อยกว่าหลายประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกทั้งปี 2563 จะหดตัวไม่เกินร้อยละ -7.0 และจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2564 ต่อไป