กสทช.จัดงบ 1,000 ล้านบาท บริจาคโรงพยาบาล-สถาบันทางการแพทย์ สู้วิกฤตโควิด-19

วันที่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 17:52 น.
กสทช.จัดงบ 1,000 ล้านบาท  บริจาคโรงพยาบาล-สถาบันทางการแพทย์ สู้วิกฤตโควิด-19
บอร์ดกสทช.อนุมัติกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนโรงพยาบาล-สถาบันทางการแพทย์ของรัฐ เพื่อร่วมเดินหน้าฝ่าฟันวิกฤตการณ์ เปิดขอรับการสนับสนุนตั้งแต่ 26 มี.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 มี.ค. 2563) ที่ประชุม กสทช. อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณจำนวน 1,000 ล้านบาท โดยให้เกลี่ยเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของสำนักงาน กสทช. รวมกับเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เพื่อเปิดโอกาสให้โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ของรัฐ ขอรับการสนับสนุนดังกล่าวในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะเปิดให้ขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) เป็นต้นไป

ทั้งนี้การจัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ส่วนราชการ และทุกหน่วยงานของรัฐ ปรับแผนงบประมาณของตัวเองเพื่อนำงบประมาณไปใช้ในการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น สำนักงาน กสทช. ได้มีการปรับแผนงบประมาณนำเงินที่ได้จากการเกลี่ยเงินงบประมาณไปรวมกับเงินกองทุน กทปส. รวมกันไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลและ สถาบันทางการแพทย์ของรัฐ ที่ยื่นขอรับการสนับสนุนเข้ามา อาทิเช่น การเปิดโรงพยาบาลภาคสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ การจัดหาหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อโควิด การทำแอปพลิเคชันให้โรงพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนไม่ต้องเดินทางไปตรวจ โดยโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ของรัฐที่ต้องการขอรับการสนับสนุนสามารถติดต่อเข้ามาได้ที่สำนักงานกองทุน กทปส. หมายเลขโทรศัพท์ 02-670-8888 ต่อ 2519 หรือ 2592 และ 2594

“การขอรับการสนับสนุนของโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ของรัฐ ที่จะอนุมัติสนับสนุนให้ต้องเป็นเงินที่ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับการต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอุปกรณ์ต่างๆ ของโรงพยาบาลที่เป็นส่วนที่ต้องมีการปรับปรุงทั่วไป เงินงบประมาณในส่วนนี้เน้นนำไปใช้ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น” นายฐากรกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต