บางจากฯ เปิดแผนลงทุน 5 หมื่นล้าน ปรับโหมดรุกธุรกิจไฟฟ้าสร้างรายได้

วันที่ 23 ธ.ค. 2562 เวลา 19:34 น.
บางจากฯ เปิดแผนลงทุน 5 หมื่นล้าน ปรับโหมดรุกธุรกิจไฟฟ้าสร้างรายได้
กลุ่มบางจากฯทุ่ม 5 หมื่นล้านบาท ชูแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นำนวัตกรรมพัฒนาธุรกิจ มุ่งธุรกิจผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ตั้งเป้า EBITDA โตขึ้น 2.5 เท่า เล็งส่งบริษัทบีบีจีไอ ในเครือเข้าตลาดหลักทรัพย์ปีหน้า

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เตรียม กลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในกระบวนการต่างๆ ตามแผนยุทธศาสตร์ปี 2563-2567 ที่จะใช้เงินลงทุน 50,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาและขยายธุรกิจ โดยตั้งเป้า EBITDA เติบโต 2.5 เท่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ปัจจุบันภาพรวมบริษัทฯ ยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ธุรกิจน้ำมันอยู่ในช่วงขาลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลให้ผลประกอบการในปี 2561 ต่อเนื่องมาถึงปี 2562 ของทั้งอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันรวมถึงของบริษัทฯปรับตัวลดลง

สำหรับแผนลงทุน 5 ปี จะเน้นลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้า 60-70% เพราะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนธุรกิจอื่นทั้งโรงกลั่น และการตลาดค้าปลีก และอื่น ๆ โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ในปี 2562 มีกำลังการผลิตเฉลี่ยที่ระดับ 112,500 บาร์เรลต่อวัน และมีอัตรากำลังการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 123,500 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมีแผนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มกำลังการกลั่นให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 120,000 บาร์เรลต่อวันภายในปี 2563 พร้อมศึกษาการลงทุนเพื่อปรับเป็นมาตรฐานยูโร 5 ทั้งโรงกลั่น คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566

ด้านกลุ่มธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ขณะนี้ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับ 2 และมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 สามารถทำส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 16% และมีสถิติสูงสุดอยู่ที่ 16.5% ในเดือนกันยายน และได้ก้าวขึ้นมาเป็นลำดับที่ 1 ในใจของผู้ใช้บริการจากดัชนีวัดความพึงพอใจของลูกค้าตามผลประเมิน Net Promoter Score (NPS)ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้เติบโตสูงกว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยของประเทศหรือสูงขึ้นถึง 18% ในปี 2567

รวมทั้งขยายจำนวนสถานีบริการรูปแบบทันสมัย ขยายโครงข่ายสถานีบริการน้ำมันรวม 60 แห่ง ในทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ และพัฒนาต่อยอดและขยายสาขาร้านกาแฟอินทนิลรูปแบบใหม่ “Inthanin the Grocer” เพิ่มเป็น 860 สาขา พร้อมการขยายฐานผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายชัยวัฒน์ กล่าวถึง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำสร้างนวัตกรรมทางพลังงานใหม่ๆ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมิ่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน ยังคงสร้างความเติบโตในธุรกิจหลักของบริษัทฯ ด้วยการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกทำให้ขณะนี้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตตามสัญญาทั้งหมดจำนวน 403.5 เมกะวัตต์ มีธุรกิจครอบคลุม 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประกอบด้วย 4 เทคโนโลยี ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังน้ำ

อย่างไรก็ตามบริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ ตั้งเป้า EBITDA เติบโต 15 % โดยใช้กลยุทธ์ 4Es ในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กร ได้แก่1.Expanding มุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจหลักของบริษัทฯ ด้วยการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่โดยวิธีการพัฒนาโครงการตั้งแต่แรกเริ่ม (Organic growth) และการเข้าซื้อกิจการโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว (Inorganic growth)

2.Extending ขยายธุรกิจเพื่อรองรับทิศทางของธุรกิจพลังงานในอนาคต โดยการรุกข้าสู่ธุรกิจใหม่แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก อาทิ Digital energy, Energy storage, LNG to Power เป็นต้น 3.Enhancing การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกระบวนการทำงานต่างๆ ในองค์กร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และ4. Evaluating บริหารสินทรัพย์ด้วยการติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ และพิจารณาหาพันธมิตรในการลงทุนเพิ่มเติมหากได้รับผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่พึงพอใจ

พร้อมกันนี้ ยังได้ประกาศจัดตั้ง SynBio Academy ร่วมกับพันธมิตรในภาครัฐและเอกชนจากทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจชีวนวัตกรรมในประเทศไทยผ่านการอบรม การจัดประชุม การให้ข้อมูล ฯลฯ ในรูปแบบต่างๆ