posttoday

กฏเหล็กแฟรนไชส์ เริ่มใช้ 4 ก.พ.นี้ เอาเปรียบไม่เป็นธรรม ลงดาบปรับทันที 10%

09 ธันวาคม 2562

ราชกิจจาฯประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า 'ไกด์ไลน์ธุรกิจแฟรนไชส์' คุมเข้มห้ามบังคับซื้อสินค้านอกเหนือรายการ เงื่อนไขไม่เป็นธรรม มีโทษปรับ 10% ของรายได้

ราชกิจจาฯประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า 'ไกด์ไลน์ธุรกิจแฟรนไชส์' คุมเข้มห้ามบังคับซื้อสินค้านอกเหนือรายการ เงื่อนไขไม่เป็นธรรม มีโทษปรับ 10% ของรายได้

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณา พฤติกรรมทางการค้า ที่ไม่เป็นธรรม และโฆษกคณะกรรมการเปิดเผยว่า ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ พ.ศ. 2562 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป โดยมีการปรับแก้เล็กน้อยจากร่างเดิมหลังจากผ่านการรับฟังความคิดเห็ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนทั่วไปทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม – 20 กันยายน 2562 รวมทั้ง จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562

ทั้งนี้เป้าหมายหลักของการจัดทำไกด์ไลน์ในธุรกิจแฟรนไชส์ฉบับนี้ เพื่อจัดระบบการค้าให้มีธรรมาภิบาล และมีหลักปฏิบัติที่ชัดเจนในการสร้างบรรทัดฐานการปฏิบัติทางการค้าให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ให้เป็นระบบและมาตรฐานสากล อันจะเป็นการพัฒนาระบบการค้าในธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีความเข้มแข็งและเกิดประสิทธิภาพต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป

สำหรับสาระสำคัญของไกด์ไลน์ในธุรกิจแฟรนไชส์ฉบับนี้ได้กำหนดพฤติกรรมที่เป็นข้อห้ามและอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ไว้ดังนี้ 1. การกำหนดเงื่อนไขที่จํากัดสิทธิแฟรนไชส์ซี โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น ให้แฟรนไชส์ซีต้องซื้อสินค้าที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าแฟรนไชส์ หรือต้องซื้อวัตถุดิบในปริมาณที่สูงกว่าความต้องการใช้จริง

2. การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมหลังทำสัญญา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น ให้แฟรนไชส์ซีซื้อสินค้านอกเหนือจากที่กำหนดไว้ 3. การห้ามแฟรนไชส์ซีซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิต ผู้จำหน่ายหรือผู้ให้บริการรายอื่น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

4. การห้ามแฟรนไชส์ซีขายลดราคาสินค้าที่เน่าเสียง่าย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 5. การกำหนดเงื่อนไขที่แตกต่างกันระหว่างแฟรนไชส์ซี โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม 6. การกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ นอกเหนือจากการรักษาคุณภาพและมาตรฐานตามสัญญา

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม แฟรนไชส์ซอร์ต้องเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญให้แก่แฟรนไชส์ซีทราบก่อนตัดสินใจทำสัญญา เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ แผนการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ สิทธิในเครื่องหมายการค้า และการต่อ แก้ไข ยกเลิกสัญญา รวมทั้ง ในกรณีที่แฟรนไชส์ซอร์ จะเปิดสาขาใหม่เองนั้น จะต้องแจ้งแฟรนไชส์ชีที่มีสาขาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่สุดทราบและให้สิทธิในการเปิดสาขาใหม่แก่แฟรนไชส์ซีรายนั้นก่อน

นายสันติชัย กล่าวว่า การออกประกาศฉบับนี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ควรศึกษาแนวทางการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ให้เข้่าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งมีกำหนดโทษปรับทางปกครองในอัตราไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดของประกาศฉบับเต็มได้ที่ www.otcc.or.th

ข่าวล่าสุด

MAGURO ขายข้าวมันไก่ “CHOPMAN” ชิมลางเดลิเวอรีวันละ 100 ออเดอร์