posttoday

คงค่าเอฟทีไฟฟ้าเดือนพ.ค.-ส.ค.ช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชน

07 มีนาคม 2562

เรกูเลเตอร์คงค่าเอฟทีเดือนพ.ค.-ส.ค. ที่ -11.60 สตางค์ต่อหน่วย บรรเทาค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้ค่าไฟยังอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย

เรกูเลเตอร์คงค่าเอฟทีเดือนพ.ค.-ส.ค. ที่ -11.60 สตางค์ต่อหน่วย บรรเทาค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้ค่าไฟยังอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย

น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ มีมติให้คงค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บเดือนพ.ค-ส.ค. 2562 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วยส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วยไม่เปลี่ยนแปลงจากงวดก่อนเพื่อบรรเทาค่าของชีพของประชาชน

“กกพ.มีนโยบายเน้นการบริหารจัดการขายอีกทีให้ได้มากที่สุดในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนโดยผลจากการกำกับประสิทธิภาพการดำเนินงานของการไฟฟ้าในปี 2561จึงทำให้การบริหารเอสทีจำนวน 4,576 ล้านบาทเพื่อมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อโกงค่าเอฟทีบรรเทาค่าของชีพของประชาชนได้”น.ส.นฤภัทร กล่าว

น.ส.นฤภัทร กล่าวว่า หากไม่มีการคงค่าอีกทีภายใต้สมมติฐานประมาณการค่าเอฟทีในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2562 จะส่งผลให้ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บในงวดดังกล่าวเท่ากับ -4.20 สตางค์ต่อหน่วยซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟอยู่ที่ 3.7136 บาทต่อหน่วย(ไม่รวมภาษีมูลราคาเพิ่ม)

ขณะที่สมมติฐานที่ใช้ในการประมาณการค่าเอฟทีในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. 2562 มีดังนี้

1.ประมาณการอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์หรือแข็งค่ากว่าช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.2562 ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4 เดือนอยู่ที่ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์

2.ความต้องการพลังงานไฟฟ้า = 67,090 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2562 เท่ากับ 4,615 ล้านหน่วย คิดเป็น 7.39%

3.สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 2562 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในสัดส่วน 55.36% รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจากสอบปอปอลาว 17.58% ลิกไนต์และถ่านหินนำเข้า 8.74%

4.แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทักว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 272.71 บาทต่อล้านบีทียู ปรับตัวลดลงจากงวดที่ผ่านมา 10.95 บาทต่อล้านบีทียู ราคาลิกไนต์ กฟผ. อยู่ที่ 693 บาทต่อตัน ไม่เปลี่ยนแปลงราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชนอยู่ที่ 2,643.13 บาทต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 2,594.01 บาทต่อตัน หรือเพิ่มขึ้น 49.12 บาทต่อตัน

ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 25.79 บาทต่อลิตร เพิ่มจากงวดที่ผ่านมา 0.96 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันเตาอยู่ที่ 18.85 ต่อลิตร เพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 3.090 บาทต่อลิตรและราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 9.54 บาทต่อกิโลกรัมไม่เปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด

เตรียมจัด ‘บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 73’ ดันอัญมณีไทยสู่ฮับโลก คาดเงินสะพัด 150 ล้านดอลลาร์