posttoday

รื้อเป้าจีดีพีรับส่งออกทรุด กกร.เล็งปรับประมาณเศรษฐกิจใหม่

07 มีนาคม 2562

กกร.เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ หลังการส่งออก หดตัวจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายด้าน และค่าเงินบาทผันผวนหนัก

กกร.เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ หลังการส่งออก หดตัวจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายด้าน และค่าเงินบาทผันผวนหนัก
       
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย. จะมีการพิจารณาเป้าหมาย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศใหม่ โดยการประชุม กกร.ล่าสุดยังประมาณการจีดีพี ในปี 2562 ไว้ที่ 4-4.3% การส่งออกขยายตัว 5-7% และเงินเฟ้อขยายตัว 0.8-1.2%

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ภาวะการส่งออกในเดือน ม.ค. หดตัวลง 5.7% และการส่งออกไปจีนลดลง 16.7% ผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงประเทศไทยยังขาดดุลการค้า แต่ยังมีปัจจัยบวกมาจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีและยอดนักท่องเที่ยวที่กลับเข้ามา เห็นได้จากเดือน ม.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังมีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยปีนี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต้องติดตามทั้งผลการประชุมข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ ตลอดจนติดตามเบร็กซิต การเมืองในประเทศ และค่าเงินบาทไทยที่มีความผันผวน และนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทไทยมีความผันผวนอย่างมาก มีทิศทางอ่อนค่าลงประมาณ 2.4% ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ และล่าสุดมีทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างมาก จนถึงระดับ 31.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นปัจจัยที่กระทบการส่งออกของไทยและผู้ประกอบการไม่ต้องการให้ค่าเงินบาทปรับตัวผันผวนเร็วเกินไป โดยค่าเงินบาทควรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 32 บาท/ดอลลาร์

"หลังจากเลือกตั้งแล้ว หากไม่มีการเมืองที่รุนแรง เชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมถึง กกร.ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ทั้งจาก ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อเตรียมแนวทางและนโยบาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน คาดว่าจะยื่นแนวทางดังกล่าวต่อรัฐบาลใหม่ในเดือน พ.ค.หรือ มิ.ย.นี้" นายสุพันธุ์ กล่าว

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะมีการลงทุนอยู่ การบริโภคในประเทศที่เติบโตแม้ว่าภาวะหนี้ครัวเรือนจะอยู่ในระดับสูง และการส่งออกที่มีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง แต่การส่งออกในระยะสั้นอาจจะได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่าในระยะต่อไปน่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง

นายปรีดี กล่าวว่า อยากกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นิติบุคคลที่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากรแล้วยื่นเสียภาษีให้ถูกต้องภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2562 จากปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 6 แสนรายที่เป็นนิติบุคคลขึ้นทะเบียนแล้ว 4 แสนราย โดยในจำนวน 4 แสนราย ดังกล่าวเสียภาษีแล้ว 50% หรือมากกว่า 2 แสนราย จึงอยากให้อีก 50% เร่งขึ้นทะเบียนและเสียภาษีให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ หากเกินกำหนดวันที่ 1 ก.ค. 2562 อาจจะถูกตรวจสอบย้อนหลังได้และจะต้องเสียเบี้ยปรับ โดยที่ผ่านมา กกร.ได้เสนอเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบบัญชีเดียว ทำให้กรมสรรพากรออก ร่าง พ.ร.บ.ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มภาษีอากรและความผิดอาญา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากรที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในสัปดาห์นี้

ข่าวล่าสุด

เตรียมจัด ‘บางกอกเจมส์ ครั้งที่ 73’ ดันอัญมณีไทยสู่ฮับโลก คาดเงินสะพัด 150 ล้านดอลลาร์