คอนเสิร์ตโลกร้อน

  • วันที่ 29 พ.ย. 2552 เวลา 09:00 น.

โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์

หน้าหนาวมาเยือนทีไร ชวนให้หลายคนอยากไปเที่ยวปาย อำเภอเล็กๆ อันเงียบสงบแห่งเมืองสามหมอก แต่บางคนทักท้วงว่าปายเปลี่ยนไป ผู้คนหลั่งไหลกันไปจนไม่หลงเหลือปายในฝันอีกแล้ว

ยิ่งปีนี้มีหลายคอนเสิร์ตแห่กันไปยึดปายเป็นสถานที่บรรเลงเพลง ปายอันแสนโรแมนติกจึงถูกย่ำยีซ้ำเติมจนแทบไม่เหลือที่ให้ยืน

ไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่า บ้านเราเริ่มจัดคอนเสิร์ตเพื่อรณรงค์ลดโลกร้อนตั้งแต่เมื่อไหร่ จำความได้แค่ว่า เคยมีคอนเสิร์ตรวมพลังร็อก จัดที่สนามกีฬากองทัพบกเมื่อหลายปีก่อน
พูดถึงเรื่องนี้แล้วน่าคิดว่า เอาเข้าจริงการรณรงค์เรื่องลดโลกร้อนด้วยการจัดคอนเสิร์ต ที่ดึงผู้คนจำนวนมากๆ มาอยู่รวมกันในสถานที่เดียวกัน แต่ละครั้งต้องสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามหาศาล และคอนเสิร์ตที่ว่าก็ไม่ได้ช่วยลดโลกร้อนใดๆ

23 คอนเสิร์ตที่ปาย แม้คนจะไม่ล้นทะลัก แต่ก็ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง ที่เสียงจากคอนเสิร์ตจะไปเบียดแทรกบรรยากาศอันเงียบสงบ

...หนาวคราวหน้าลืมปายไปได้เลย?

เขาใหญ่เป็นอีกแห่งที่ขาใหญ่วงการเพลงนำวงดนตรีและนักร้องร่วมร้อยชีวิตไปตะโกนก้องร้องสู้กับเสียงจากป่า ไม่ว่าที่ไร่สุวรรณ อ.ปากช่อง ของโคราช ที่จะจัดคอนเสิร์ตระหว่างวันที่ 56 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ รวมถึงค่ายอื่นๆ ที่จะจัดอีกหลายคอนเสิร์ตบนถิ่นไพรพนาแห่งนี้ด้วย

จริงๆ ก่อนหน้านี้เขาใหญ่เคยถูกเลือกเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตมาแล้วหลายครั้ง เรียกได้ว่า “เขาใหญ่” เป็นจุดกำเนิดของคอนเสิร์ตบนขุนเขา แต่ละครั้งผู้คนแย่งกันซื้อบัตรไปชมแบบมืดฟ้ามัวดิน รถราติดเป็นพืดยาวเหยียดตั้งแต่ทางขึ้นจนถึงสถานที่จัด ดนตรีสลับกันเล่นยันสว่าง ใครใคร่ฟังก็ฟัง ใครใคร่ดื่มก็ดื่ม แล้วต่างก็แยกย้าย คนไปร่วมมีความสุขเหลือหลาย เอากลับมาโม้ให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้ไปฟังได้หลายวัน

แม้มหกรรมคอนเสิร์ตเหล่านี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ช่วยโลกร้อน แต่ก็คันหัวใจขึ้นมาท่ามกลางเพื่อนมนุษย์พยายามช่วยกันอนุบาลโลก และเรียกร้องให้มีการลดปริมาณภาวะเรือนกระจก

สมมติว่าคอนเสิร์ตเหล่านี้มีคนเข้าชม 3 หมื่นคน ถ้าทุกคนนำขยะไปคนละชิ้น แล้วทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง (ในคอนเสิร์ตแบบนี้คงหาถังขยะลำบาก) ก็จะมีขยะถูกทิ้งเรี่ยราด 3 หมื่นชิ้น คนละ 2 ชิ้นก็เป็น 6 หมื่นชิ้น รวมปริมาณก๊าซคาร์บอนที่พุ่งออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอีกมหาศาล

โลกร้อนขึ้นกี่องศาไม่รู้ แต่ทุกคนที่ไปร่วมเพลินเพลงต่างได้มีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ใส่ปายและเขาใหญ่ในปริมาณมากพอๆ กันเรียบร้อยแล้ว

อาจกล่าวได้ว่า ความเข้าใจเรื่องโลกร้อนในบ้านเรา เป็นเพียงกระแสมากกว่าเหตุผลอื่น ที่ทำท่าว่าเข้าใจก็ลวกๆ ลอยๆ เน้นเกาะกระแส วันดีคืนดีก็งัดถุงผ้าลดโลกร้อนมาใช้เท่ๆ หารู้ไม่ว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตในโลกนี้มากมายขนาดไหน

เขาใหญ่ในความหมายของแหล่งมรดกโลกล้ำค่าแก่การอนุรักษ์ อบอวลไปด้วยกลิ่นป่าอันสมบูรณ์เขียวขจี เมื่อถูกเสียงไม่พึงประสงค์กระแทกเข้าใส่จนแสบแก้วหู เขาใหญ่ก็จะไม่เหมือนเดิมอีก

นักท่องเที่ยวจะไทยเทศเลือกไปเยือนอำเภอเมืองเล็กๆ อันอบอุ่น เพราะปายคือปาย ใครที่เดินทางไปมาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปายไม่น่ารักอีกต่อไป เพราะปายถูกย่ำยีจากคนภายนอกจนบอบช้ำ

แต่คนจำนวนหนึ่งก็เลือกจะทำลายปายและเขาใหญ่โดยไม่ประสีประสาใดๆ เพราะแหล่งท่องเที่ยว 2 แห่งนี้เป็นวัตถุดิบเพื่อทำกำไรและสร้างความสุขชั่วครั้งชั่วคราวสำหรับคนเมืองผู้โหยหา เมื่อต่างได้สำเร็จความใคร่ก็โยนปัญหาให้คนอยู่ข้างหลัง

หนังสือดอกไม้ใต้โลกของ ทรงกลด บางยี่ขัน เล่าไว้ว่า ในปี 2550 ในอังกฤษมีการจัดอันดับศิลปินร็อกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทัวร์คอนเสิร์ต วงร็อกที่เข้าวินมาเป็นอันดับ 1 คือ เรดิโอเฮด เพราะสมาชิกทั้ง 5 คนเตรียมดำเนินการปลูกต้นไม้ 5 หมื่นต้น เพื่อรับผิดชอบต่อปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด ที่พวกเขาปล่อยในระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งล่าสุด

เท่านั้นยังไม่พอ คอลิน กรีนวูด มือเบสเรดิโอเฮด บอกว่า ต้นปีที่แล้วพวกเขาได้ว่าจ้างบริษัท เบสต์ ฟุต ฟอร์เวิร์ด ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมาลองประเมินดูว่า การออกทัวร์คอนเสิร์ต 2 ครั้งหลังสุดของพวกเขาในอเมริกา ทิ้งผลกระทบอะไรไว้กับโลกบ้าง เช่น การบริโภคอาหารของผู้ชม ขยะที่เกิดขึ้น และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อจะได้ลดผลกระทบเหล่านั้นลง เพราะการเล่นคอนเสิร์ตคืองานหลักของพวกเขาและคือสิ่งที่พวกเขารัก

ความแตกต่างของคอนเสิร์ตทั้งสองครั้งก็คือ ปี 2546 และปี 2549 พวกเขาพบการเล่นคอนเสิร์ตกลางแจ้งขนาดใหญ่ มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 9,073 ตัน ขณะที่เล่นในร่มลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงเหลือ 2,295 ตัน

ในการทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2551 เรดิโอเฮดจึงวางแผนขนของข้ามประเทศที่ไปทัวร์ด้วยเรือแทนเครื่องบิน เพราะมีข้อมูลยืนยันว่า สามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า และเดินทางด้วยเครื่องบินให้น้อยที่สุด และหากต้องใช้บริการเครื่องบินก็จะใช้แบบปกติแทนการเช่าเหมาลำเหมือนเมื่อก่อน

อีกทั้งได้ประกาศว่า ในการจัดคอนเสิร์ตพวกเขาจะจัดในเมืองที่สามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกเท่านั้น เพราะไม่อยากให้แฟนๆ ขับรถมาดูคอนเสิร์ต ถ้าสถานที่จุคนน้อยก็เล่นให้บ่อยขึ้น

อย่างคอนเสิร์ตที่บาร์เซโลนา ผู้จัดออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เรดิโอเฮดขอข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และการเดินทางไปยังสถานที่นั้นด้วยระบบขนส่งมวลชน แล้วขอข้อมูลด้วยว่า ผู้ชมอาศัยอยู่ย่านไหนกันบ้าง จะได้เลือกสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ไปมาสะดวก

เมื่อพอใจสถานที่ พวกเขายังกำหนดให้หลังคาของอาคารจัดคอนเสิร์ตติดแผงโซลาร์เซลล์เอาไว้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ด้วย ยังไม่พอพวกเขาบอกแจ้งผ่านเว็บไซต์ด้วยว่า หากผู้โดยสารจำเป็นต้องขับรถยนต์ไปชมคอนเสิร์ตเฉลี่ย 2.2 คน เป็น 3 คนต่อคันได้ จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 22%

ไม่ต้องแปลกใจคอนเสิร์ตของเรดิโอเฮด กลายเป็นคอนเสิร์ตที่ใส่ใจต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาก กว่าคอนเสิร์ตไหนๆ ทั้งที่ไม่ใช่คอนเสิร์ตที่หารายได้ไปช่วยโลก หรือปลุกระแสให้คนหันมาใส่ใจเรื่องเพื่อสังคม แต่เป็นคอนเสิร์ตธรรมดาๆ ที่พวกเขาให้ความใส่ใจต่อโลก

แม้ใครบางคนอาจตั้งคำถามว่า เรดิโอเฮดอาจจะทำเพราะต้องการอิงกระแสหรือขายความต่าง คำตอบอาจใช่ หรือไม่ใช่ก็ตาม แต่เรดิโอเฮดก็เป็นวงดนตรีวงหนึ่งที่เข้าใจการดูแลโลก
ผู้เสพเสียงเพลง นักร้อง ธุรกิจดนตรี บนโลกทุนนิยมจำนวนไม่น้อยอาจไม่เข้าใจอย่างพวกเขา

ข่าวอื่นๆ