
อนุทินรื้อโผมหาดไทย คืนธรรมะ-ยุติธรรม ปมถอนเขากระโดงส่อสะดุด?
คืนธรรมะ-ยุติธรรม ขรก.มหาดไทยคือภารกิจแรกของอนุทิน แต่ปมเขากระโดงที่ภูมิธรรมยันเสร็จสิ้น 30 ก.ย.นี้ จะสะดุดหรือไม่?
KEY
POINTS
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศนโยบายสำคัญในการรื้อโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพื่อคืนความเป็นธรรม
- ประเด็นที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กลายเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลใหม่ หลังมีการสั่งให้เพิกถอนโฉนดคืนรัฐภายใน 30 ก.ย.
- สังคมจับตาว่าการดำเนินการเรื่องที่ดินเขากระโดงอาจสะดุดหรือล่าช้า ซึ่งจะท้าทายนโยบาย "คืนความยุติธรรม" และความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล
สถานการณ์การเมืองและการบริหารราชการในกระทรวงมหาดไทย (มท.) กำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเดินหน้านโยบายสำคัญ “คืนความเป็นธรรม” แก่ข้าราชการมหาดไทยที่ถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม พร้อมย้ำว่าประเทศต้องยืนอยู่ได้ด้วย “ธรรมะและความยุติธรรม”
ขณะเดียวกัน ปมที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมจับตาว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้าตามกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ย้ำชัดว่าเป็น “ที่ดินหลวง” และกรมที่ดินจะเพิกถอนโฉนดคืนรัฐให้เสร็จภายใน 30 กันยายนนี้
การรื้อโผแต่งตั้งโยกย้ายครั้งใหญ่ และการขับเคลื่อนนโยบายตรวจสอบที่ดินรุกล้ำที่อ่อนไหวเช่นนี้ ไม่เพียงสะท้อน ความท้าทายด้านธรรมาภิบาล แต่ยังเชื่อมโยงถึง การเมืองท้องถิ่น เครือข่ายผลประโยชน์ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ
ภารกิจแรกของอนุทิน : รื้อโผมหาดไทย
นายอนุทินประกาศชัดว่า ภารกิจสำคัญของตนในฐานะผู้นำรัฐบาลและว่าที่ มท.1 คือ คืนความเป็นธรรมให้แก่ข้าราชการมหาดไทยที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมในอดีต พร้อมทิ้งวาทะสำคัญว่า
“ประเทศยืนอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม”
คำประกาศดังกล่าวสะท้อนเจตนาทางการเมืองอย่างแรงกล้า ว่าจะ รื้อโครงสร้างการแต่งตั้งโยกย้าย ที่ถูกตั้งคำถามในยุคก่อนหน้า และสร้างสมดุลใหม่ให้กับข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย
รายชื่อโยกย้ายระดับสูง
การประชุม ครม. 19 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง รวม 25 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองปลัด อธิบดี และผู้ตรวจราชการ
รายชื่อสำคัญ อาทิ
นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ → ผู้ตรวจราชการกระทรวง
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯ ตาก → รองปลัดกระทรวง
นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู → อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวง → ผู้ว่าฯ เชียงใหม่
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร → ผู้ว่าฯ ชลบุรี
น.ส.ชุติพร เสชัง ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ → ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน
นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าฯ เชียงราย → ผู้ว่าฯ ขอนแก่น
นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน → ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ
พร้อมทั้งมีการ ต่ออายุราชการ ให้ผู้ว่าฯ สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ออกไปอีก 1 ปีจนถึงเกษียณในปี 2569
ปมเขากระโดง : บททดสอบกฎหมายและการเมือง
ประเด็นที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นคดีเก่าที่มีมิติซับซ้อน ทั้งทางกฎหมาย การเมือง และผลประโยชน์ท้องถิ่น
นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการนายกฯ ย้ำชัดว่า
- ที่ดินดังกล่าวเป็น “ที่ดินหลวง” พระราชทานโดยรัชกาลที่ 5 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย
- รัชกาลที่ 6 ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่แล้ว
- มีเพียง 18 ครอบครัวแรก ที่ได้รับเงินชดเชย
- หลังจากนั้นถือเป็นที่ของรัฐทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมที่ดินคนก่อนยุติเรื่องไว้ ทำให้เกิดความล่าช้า จนต้องมีการยืนยันซ้ำจากศาลปกครอง แต่เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่าเป็นที่ดินของรัฐ กรมที่ดินจึงมีอำนาจเพิกถอนโฉนดและนำกลับคืนรัฐ
นายภูมิธรรมย้ำว่า กระบวนการนี้จะ แล้วเสร็จภายใน 30 กันยายน 2568 ผู้ที่คัดค้านยังมีสิทธิ์ยื่นเรื่องได้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย
การเมืองแฝงอยู่หลัง “เขากระโดง”
ข้อกังขาของสังคมคือ การตรวจสอบปมที่ดินเขากระโดงอาจ กลายเป็นหมัน ภายใต้รัฐบาลใหม่ เพราะเครือข่ายผลประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น โยงใยกับการเมืองระดับชาติ
การที่นายอนุทินก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ มท.1 ย่อมถูกจับตาอย่างหนักว่า จะ เดินหน้าตามเจตนารมณ์ของภูมิธรรม หรือจะชะลอ–เลี่ยงการเผชิญหน้าในพื้นที่อ่อนไหวที่เป็นฐานการเมืองของกลุ่มอำนาจท้องถิ่น
มิติธรรมาภิบาล : ความยุติธรรมกับความเชื่อมั่น
คำประกาศของนายอนุทินเรื่อง “คืนความเป็นธรรม” มิได้จำกัดแค่การโยกย้ายข้าราชการ แต่ยังสะท้อนถึง ทิศทางธรรมาภิบาลของรัฐบาล หากสามารถทำได้จริง จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชน
ในทางกลับกัน หากการตรวจสอบ “เขากระโดง” ถูกยุติหรือปล่อยให้ยืดเยื้อ ก็อาจกลายเป็น บาดแผลทางการเมือง ที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลชุดนี้
ผลกระทบและแนวโน้ม
- ต่อข้าราชการมหาดไทย
- การรื้อโผและคืนความเป็นธรรม จะสร้างขวัญกำลังใจ
- แต่ก็อาจก่อแรงเสียดทานจากผู้ที่เสียผลประโยชน์
ต่อการเมืองท้องถิ่น
- การจัดการที่ดินเขากระโดง กระทบเครือข่ายการเมืองจังหวัดบุรีรัมย์
- หากเดินหน้าจริง อาจเกิดแรงต้านทางการเมือง
ต่อรัฐบาลอนุทิน
- กลายเป็นบททดสอบศักยภาพในการสร้างสมดุลระหว่าง “กฎหมาย–การเมือง”
- การยึดมั่นความยุติธรรมจะเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำที่มีหลักธรรม
บทสรุป
การก้าวขึ้นมาของนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีและ มท.1 ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ ของกระทรวงมหาดไทย และสะท้อนความพยายามของรัฐบาลใหม่ที่จะสถาปนาความยุติธรรมในระบบราชการ
แต่การเผชิญหน้ากับ ปมร้อนเขากระโดง คือบทพิสูจน์ที่ใหญ่กว่า ว่ารัฐบาลนี้จะ ยืนหยัดบนหลักกฎหมาย ได้จริงเพียงใด
ประชาชนยังคงจับตาวันที่ 30 กันยายน 2568 ว่า คำยืนยันของภูมิธรรม จะถูกส่งต่อและปฏิบัติจริงโดยนายอนุทิน หรือไม่—เพราะผลลัพธ์ครั้งนี้อาจกำหนด ทิศทางศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลทั้งชุด







