ต้องกำราบ

วันที่ 26 ม.ค. 2558 เวลา 09:32 น.
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

นับเป็นปัญหาแก้ไม่ตกเสียที สำหรับการให้บริการรับส่งผู้โดยสารของแท็กซี่สาธารณะ หลังมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหน่ีึ่งโพสต์ข้อความบนโลกโซเชียลมีเดีย

ได้ตำหนิถึงการให้บริการของแท็กซี่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ได้คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์ หรือคิดตามจริง แต่กลับใช้ระบบเหมาจ่าย ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้โพสต์ภาพแท็กซี่คันหนึ่งติดประกาศเป็นภาษาไทย ญี่ปุ่น และอังกฤษ ระบุข้อความว่า “งดรับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น” ลงท้าย สมาคมผู้ขับรถแท็กซี่เพื่อไทยสุวรรณภูมิ

ซึ่งคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นแท็กซี่ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกต่อว่าขณะนี้ลงมือทำ เป็นเหตุให้ทางสมาคมต้องชี้แจงผ่านสื่อ โดยยืนยันว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว และกราบขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยการลงโทษแท็กซี่คันดังกล่าว ทว่า “ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก” เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์คลิปภาพและเสียงขณะใช้บริการแท็กซี่

โดยเดินทางจากดุสิตไปยังเลียบทางด่วนรามอินทรา ในตอนกลางคืนแถมรถไม่ติด แต่ค่ามิเตอร์รถขึ้นเร็วผิดปกติ ซึ่งระหว่างการถ่ายคลิป 2 นาที มิเตอร์วิ่งจาก 269 บาท ขึ้นเป็น 313 บาท หรือ 44 บาท

แม้กระทรวงคมนาคมอนุมัติให้ปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ใหม่ 8% โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2557 แต่จะใช้ได้ต่อเมื่อรถผ่านการตรวจสภาพก่อนปรับจูนมิเตอร์

แต่หากรถคันใดยังไม่มีสติกเกอร์ระบุว่าผ่านการตรวจ ก็ไม่สามารถเก็บค่าโดยสารในอัตราใหม่ได้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำต้องเร่งจัดการ เพื่อให้ระบบวางไว้เดินหน้าราบรื่น

สำคัญยิ่งหากเจอแท็กซี่รายใดแหวกแหกกฎ ก็จำต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นเยี่ยงอย่างจริงจัง อย่าทำเหมือนลมเพลมพัด มิเช่นนั้น ทุบโต๊ะ...ให้มือแตก การันตีเลยว่า เรื่องลักษณะนี้ก็จะกลับมากวนใจอยู่ร่ำไป

บทความแนะนำ