posttoday
ING ขายบิ๊กล็อต TTB กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท สะท้อนทุนข้ามชาติปรับกลยุทธ์ลงทุน

ING ขายบิ๊กล็อต TTB กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท สะท้อนทุนข้ามชาติปรับกลยุทธ์ลงทุน

19 สิงหาคม 2569

ING เตรียมขายบิ๊กล็อต TTB จำนวน 6,149.2 ล้านหุ้น หรือ 6.3% ราคา 2.64-2.70 บาท มูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาท บริหารเงินทุนเชิงรุก-ปรับพอร์ตลงทุน คาดถือหุ้นเหลือ 12.34% สะท้อนทุนข้ามชาติลดสัดส่วนหุ้นไทย

KEY

POINTS

  • ING Bank เตรียมขายหุ้น TTB ผ่านรายการ Big Lot จำนวน 6,149.2 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท
  • การขายครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ ING ใน TTB ลดลงเหลือประมาณ 12.34% แต่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2
  • การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการบริหารเงินทุนเชิงรุก-ปรับพอร์ตลงทุน คาดถือหุ้นเหลือ 12.34% สะท้อนกลุ่มทุนข้ามชาติลดสัดส่วนหุ้นไทย 

การเคลื่อนไหวล่าสุดในตลาดทุนไทยที่น่าจับตามองคือการตัดสินใจของ ING Bank N.V. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สัญชาติเนเธอร์แลนด์ของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญผ่านรายการ Big Lot ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์แถวหน้าของไทย

 

รายละเอียดธุรกรรมและมูลค่าขาย

 

การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้มีมูลค่าธุรกรรมรวมสูงถึงประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายหุ้นจำนวน 6,149.2 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 6.3% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ TTB โดยมี Bank of America (BofA) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย (Placement Agent)

 

ในส่วนของราคาเสนอขายนั้นถูกกำหนดไว้ในช่วง 2.64-2.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นการให้ส่วนลด (Discount) ประมาณ 6.8-8.9% เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุดวันที่ 18 ส.ค.2569 ที่ 2.90 บาทต่อหุ้น 

 

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขสำหรับนักลงทุนสถาบันที่สนใจ โดยกำหนดปริมาณคำสั่งซื้อขั้นต่ำที่ 8 ล้านหุ้น และมีเงื่อนไขสำคัญคือกลุ่ม ING จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ Lock-up Period ห้ามขายหุ้นที่เหลือเป็นเวลา 90 วัน นับจากวันที่ธุรกรรมเสร็จสิ้น

 

ย้อนรอยเส้นทางการลดสัดส่วนถือหุ้น

 

หากพิจารณาข้อมูลย้อนหลัง จะพบว่า ING มีการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นใน TTB มาอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2569 ดังนี้

 

ข้อมูลผู้ถือหุ้นของ TTB ณ วันที่ 28 เม.ย.2569 พบว่า ING ถือหุ้นจำนวน 21,164,759,420 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 21.69% เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 รองจาก บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP

 

วันที่ 12 มิ.ย.2569 ภายหลัง TTB ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินครั้งที่ 4 (25 พ.ค.-9 มิ.ย.2569) ING ได้รายงานการจำหน่ายหุ้นออกมา 4,089,641,217 หุ้น หรือ 4.4635% ทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 18.6361%

 

เมื่อการขายหุ้น Big Lot จำนวน 6,149.2 ล้านหุ้นในครั้งนี้เสร็จสิ้น คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ ING จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 12.34% ยังเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 

 

ทำไม ING ตัดสินใจลดสัดส่วนถือหุ้น?

 

คำถามสำคัญคือเหตุใดพันธมิตรที่อยู่ด้วยกันมานานอย่าง ING ถึงตัดสินใจลดสัดส่วนในครั้งนี้

 

ทาง ING ได้ให้เหตุผลว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงินทุนเชิงรุก (Active Capital Management) และเป็นไปตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัท ซึ่งเป็นแนวทางปกติของกลุ่มสถาบันการเงินระดับโลกในการจัดสรรทรัพยากรเงินทุน (Capital Allocation) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป

 

เซนติเมนต์เชิงลบต่อราคาหุ้น แนะ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”

 

บล.ไอร่า ประเมินว่า การดำเนินการดังกล่าวจะเกิด Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นของ TTB เนื่องจากราคาขายที่ 2.64-2.70 บาท ต่ำกว่าราคาในกระดานถึง 9.0% ถึงแม้จะมีข้อตกลง Lock-up Period ที่ 90 วัน และเป็นการซื้อขายในกระดาน Big Lot ก็ตาม

 

แต่การขายครั้งนี้ของ ING ถือเป็นรอบที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 ING ได้ขายหุ้น Big Lot ไปแล้วในปริมาณรวม 4,090.69 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 9,244.98 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 2.26 บาทต่อหุ้น ทำให้นักลงทุนเพิ่มความกังวลว่า ING อาจจะขายหุ้นทั้งหมดเพื่อ Exit จาก TTB

 

ทั้งนี้ ให้คำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 2.58 บาท อิงวิธี GGM เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาเป้าหมายของเราค่อนข้างมาก จากอานิสงส์โครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB มูลค่า 35,000 ล้านบาท (ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2568-2571) ซึ่งปัจจุบันซื้อคืนไปแล้ว 21,000 ล้านบาท และยังเหลือวงเงินซื้อคืนอีก 14,000 ล้านบาท

 

ทุนข้ามชาติลดสัดส่วนหุ้นไทย ปรับกลยุทธ์ลงทุน

 

การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TTB เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของกลุ่มทุนข้ามชาติที่มองหาความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้นในปัจจุบัน 

 

โดยจะเห็นได้จากกรณีของ Singtel ทำรายการขายหุ้น Big Lot บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น กรอบราคา 58.80-60.00 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวม 758 ล้านเหรียญฯ หรือ 25,000 ล้านบาท 

 

รวมไปถึงกรณีของ China Mobile อยู่ในระหว่างพิจารณาความเป็นไปได้ในการจำหน่ายหุ้นของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ไม่เกิน 1% จากที่ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 7.81%

ข่าวล่าสุด

ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งทั่วโลก ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้รัฐ-เงินเฟ้อ

ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งทั่วโลก ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้รัฐ-เงินเฟ้อ