
ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งทั่วโลก ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงหนี้รัฐ-เงินเฟ้อ
ต้นทุนกู้ยืมระยะยาวในสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ นักลงทุนกังวลหนี้รัฐบาล เงินเฟ้อ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลหลายประเทศ หลังต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวในสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่นปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนสูงขึ้น และเพิ่มความซับซ้อนในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดพันธบัตรกำลังเข้าสู่ช่วงที่แนวโน้มเงินเฟ้อและดอกเบี้ยมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่การขึ้นภาษีนำเข้าไปจนถึงความขัดแย้งทางทหาร กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ขณะที่ระดับหนี้ของประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้นจนเริ่มถูกมองว่าอยู่ในระดับที่ยากจะรักษาไว้ได้ โดยหนี้สหรัฐฯ ใกล้แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์
สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อยังผลักดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ พร้อมกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน การกู้เงินจำนวนมหาศาลของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังแย่งชิงเงินทุนกับรัฐบาลที่ออกพันธบัตรจำนวนมาก
โจนัส โกลเทอร์มันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของ Capital Economics ระบุว่า การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มหมดความอดทนกับการใช้จ่ายภาครัฐที่เกินตัว โดยสถานะการคลังของหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กำลังน่ากังวล ขณะที่รัฐบาลยังไม่แสดงความพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ในสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ในช่วงเช้าวันอังคาร หลังราคาน้ำมันกลับขึ้นเหนือ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและความหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านลดลง ก่อนจะปรับตัวลงในช่วงบ่าย
อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อครัวเรือน บริษัท ตลาดการเงิน และงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนักวิเคราะห์มองว่าแรงขายพันธบัตรเกิดจากปัจจัยหลายด้านสะสมต่อเนื่อง และอาจทำให้อัตราผลตอบแทนยังอยู่ภายใต้แรงกดดันในระยะใกล้
ญี่ปุ่นก็เผชิญแรงกดดันเช่นกัน โดยความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความคาดหมายว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนกันยายน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษ
ด้านยุโรป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่ฝรั่งเศสแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปีเข้าใกล้ระดับสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1998
การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ยังส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์อื่น โดยตลาดหุ้นสำคัญอย่าง Nasdaq และ STOXX 600 ของยุโรปปรับตัวลงในวันอังคาร
ตลาดจับตา 5% ของบอนด์สหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่าแรงขายพันธบัตรสหรัฐฯ เกิดจากการแข่งขันแย่งชิงเงินทุนระหว่างบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับการสื่อสารนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีอยู่ที่ราว 4.71% โดยตลาดกำลังจับตาระดับ 5% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นระดับสำคัญ หากอัตราผลตอบแทนพุ่งผ่านระดับดังกล่าว อาจกระทบความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโดยรวม
ขณะเดียวกัน การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของนักลงทุนต่างชาติลดลงในเดือนมิถุนายน โดยญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีนลดการถือครอง ขณะที่การประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ 2 ครั้งล่าสุดได้รับความสนใจจากตลาด เนื่องจากรัฐบาลต้องเสนอผลตอบแทนในระดับสูงเพื่อดึงดูดนักลงทุน
ญี่ปุ่นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดสหรัฐ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปีขยับขึ้นเหนือ 4% และเริ่มดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นกลับเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุด
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนเริ่มมองว่าผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ตลาดมีความน่าสนใจมากขึ้น และอาจช่วยพยุงราคาพันธบัตรหลังจากนี้ โดยคริสโตเฟอร์ เดมบิก ที่ปรึกษาการลงทุนอาวุโสของ Pictet มองว่าแรงเทขายพันธบัตรในปัจจุบันไม่น่าจะยืดเยื้อ







