
Xiaomi อ่วม! กำไรไตรมาส 2 ร่วงหนัก 42.6% เซ่นพิษต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง
Xiaomi เผยผลประกอบการไตรมาส 2 กำไรสุทธิร่วงหนักถึง 42.6% หลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนชิ้นส่วนและชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น
เสียวหมี่ (Xiaomi) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน เผยผลประกอบการไตรมาส 2 พบกำไรสุทธิร่วงลงถึง 42.6% ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
สาเหตุหลักมาจากต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของทั้งธุรกิจสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้าอย่างหนัก
ข้อมูลจาก LSEG ชี้ว่า กำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการ (Adjusted net profit) ช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ทำได้ 6.2 พันล้านหยวน (ราว 919.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 6.6 พันล้านหยวน ส่วนรายได้รวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.089 แสนล้านหยวน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.122 แสนล้านหยวนเช่นกัน
เสียวหมี่ระบุในรายงานผลประกอบการว่า "ต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญที่แพงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ ประกอบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ดุเดือดอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท"
ธุรกิจสมาร์ทโฟนดิ่งหนัก ต้นทุนพุ่งบีบอัตรากำไร
รายได้ธุรกิจสมาร์ทโฟนของบริษัทลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 4.21 หมื่นล้านหยวน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ฮวบลงเหลือ 8.5% จากเดิม 11.5% ผลจากราคาชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทางด้าน Omdia บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำ ระบุว่า เสียวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก มียอดจัดส่งในไตรมาสนี้ 31.2 ล้านเครื่อง ลดลง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง
Omdia ชี้เพิ่มเติมว่า ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่เกินครึ่งเป็นรุ่นราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่งสูง หนักที่สุดในบรรดาผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำ Top 5 ของโลก
รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ปูทางสร้างการเติบโตระลอกใหม่
เมื่อตลาดสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นรายได้หลักเริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว เสียวหมี่จึงตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างขุมพลังใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตต่อไป
แม้ตลาดรถยนต์ในจีนจะซบเซาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2025 จนค่ายรถจีนรายอื่น ๆ ต้องเร่งส่งออกทำยอดกันอย่างดุเดือด แต่เสียวหมี่ก็ยังคงเดินหน้าตามแผน เตรียมบุกเจาะตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการภายในปี 2027
ด้านธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เสียวหมี่กวาดรายได้ไปถึง 2.39 หมื่นล้านหยวน เติบโต 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทำยอดส่งมอบรถยนต์ได้สูงถึง 104,199 คัน เพิ่มขึ้น 28.2%
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปรวมกับผลประกอบการของธุรกิจ AI และโปรเจกต์ใหม่ ๆ บริษัทยังคงมีตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงานในส่วนนี้อยู่ราว 2.6 พันล้านหยวน
ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม เสียวหมี่ได้เปิดตัว "SkyNomad" รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ซีรีส์ใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นจากเดิมที่มีเพียงรถซีดานและครอสโอเวอร์ไฟฟ้า พร้อมสู้ศึกในตลาดเอสยูวีแดนมังกรที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดและได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภค







