
แกะรอย “สุภาพร” รายงานถือหุ้น 6 บริษัท แต่ไร้ชื่อติดทำเนียบผู้ถือหุ้นใหญ่
เปิดปม “สุภาพร พิมพงษ์” รายงานถือหุ้น 6 บริษัทใหญ่ แต่ทำเนียบผู้ถือหุ้นใหญ่ล่องหน พบแจ้งล่าช้า ก.ล.ต. ย้ำเร่งสอบพิรุธ ด้าน MAJOR แย้งข้อมูลคลาดเคลื่อนและผู้รายงานไม่ใช่คนในบริษัท
KEY
POINTS
- "สุภาพร พิมพงษ์" ยื่นแบบ 246-2 รายงานได้มาซึ่งหุ้นของ 6 บริษัทจดทะเบียน จนมีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ พบแจ้งล่าช้า
- จากการตรวจสอบ ไม่ปรากฏชื่อของ "สุภาพร พิมพงษ์" ในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทั้ง 6 บริษัทตามที่ได้รายงานไว้
- ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึก ขณะที่ MAJOR ได้ออกมาชี้แจงว่าข้อมูลในรายงานอาจมีความคลาดเคลื่อน และ "สุภาพร พิมพงษ์" ไม่ใช่คนในบริษัท
ตอนนี้คงจะไม่ได้สงสัยแค่ว่า “สุภาพร พิมพงษ์” คือใคร หลังปรากฎชื่อเข้าถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE สัดส่วน 7.0992% ในรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (รายงาน 246-2)
คงต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อตรวจสอบย้อนหลัง พบว่า รายงาน 246-2 ปรากฎชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์” รายงานข้อมูลการได้มาของหลักทรัพย์ถึง 6 บริษัท ประกอบด้วย
- รายงานการได้มาหุ้น MAJOR สัดส่วน 5.0176% วันที่ 14 ก.ย.2564 ส่งผลให้ถือหุ้น 9.9906%
- รายงานการได้มาหุ้น GJS สัดส่วน 40.4531% วันที่ 9 ก.พ.2565 ส่งผลให้ถือหุ้น 80.9071%
- รายงานการได้มาหุ้น GJS สัดส่วน 8.2411% วันที่ 2 ก.พ.2566 ส่งผลให้ถือหุ้น 48.6943%
- รายงานการได้มาหุ้น BBL สัดส่วน 0.0157% วันที่ 11 เม.ย.2566 ส่งผลให้ถือหุ้น 5.0122%
- รายงานการได้มาหลักทรัพย์แปลงสภาพของ AAV วันที่ 6 พ.ย.2566 สัดส่วน 1.334% ส่งผลให้ถือหุ้น 5.3362%
- รายงานการได้มาหุ้น KBANK สัดส่วน 0.8605% วันที่ 13 ส.ค.2568 ส่งผลให้ถือหุ้น 5.1097%
- รายงานการได้มาหุ้น TRUE สัดส่วน 3.2174% วันที่ 15 มิ.ย.2569 ส่งผลให้ถือหุ้น 7.0992%
แต่จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของแต่ละบริษัท กลับไม่ปรากฎชื่อของ “สุภาพร พิมพงษ์” แม้แต่บริษัทเดียว
ทำรายการผ่านโบรกเกอร์ไหนบ้าง?
MAJOR รายงานได้มาผ่าน MORGAN STANLEY NCO. INTERNATIONAL
GJS วันที่ 9 ก.พ.2565 รายงานได้มาโดย Acquisition through the chain principle
GJS วันที่ 2 ก.พ.2566 รายงานได้มาทางมรดก
BBL รายงานได้มาผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่ Instinet
AAV รายงานได้มาผ่านการใช้สิทธิแปลงสภาพ
KBANK รายงานได้มาผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่ (Australia) Limited Merrill Lynch International
TRUE รายงานได้มาผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่ UBS Group AG และซื้อขายกันโดยตรง UBS Group AG
“สุภาพร” ไม่ได้รายงาน 246-2 ภายใน 3 วันหลังได้หุ้น
นอกจากนี้ วันที่ยื่นแบบรายงาน 246-2 ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ระบุไว้ เพิ่งรายงานเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 จำนวน 2 หลักทรัพย์ (GJS, AAV) และวันที่ 2 ก.ค.2569 จำนวน 4 หลักทรัพย์ (MAJOR, BBL, KBANK, TRUE)
จากกรณีดังกล่าว นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า ตามมาตรา 246 กำหนดให้ผู้ถือครองหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนการถือครองแตะหรือข้ามทุกระดับ 5% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ต้องรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ดังกล่าว เพื่อเปิดเผยให้ผู้ลงทุนได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจการควบคุมหรืออำนาจที่อาจเกิดขึ้นจากการถือครองหลักทรัพย์แปลงสภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุนและจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนรับทราบอย่างทันท่วงที โดยหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลลักษณะนี้สอดคล้องกับสากล
การรายงานนี้จะต้องดำเนินการผ่านระบบการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (รายงาน 246-2) ซึ่งผู้รายงานต้องลงทะเบียนและระบบจะตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ลงทะเบียนกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองเพื่อสอบทานในเบื้องต้น โดยผู้รายงานจะต้องรายงานข้อมูลการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ไม่มีหลักทรัพย์ใดที่ “สุภาพร พิมพงษ์” รายงานภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ ตามที่ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ระบุ
ก.ล.ต. แจง “สุภาพร” ยื่นรายงานผ่านระบบปกติ ย้ำเร่งสอบเชิงลึก
สำหรับประเด็นที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการรายงานของผู้ถือหุ้น TRUE ในเบื้องต้น ก.ล.ต. พบว่า ผู้รายงานได้มีการลงทะเบียนและระบบได้มีการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองตามกระบวนการ และผู้รายงานได้รายงานผ่านระบบดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ในส่วนของการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของผู้รายงานในกรณีดังกล่าว ก.ล.ต. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก
MAJOR แจงรายงาน 246-2 อาจผิด ยันผู้แจ้งไม่ใช่คนในบริษัท
ขณะนี้ไม่ได้มีแค่ TRUE แต่ยังมี บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR อีกราย ที่ออกมาชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2569 บริษัทได้รับรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (แบบ 59) ซึ่งระบุว่ามีบุคคลรายหนึ่งในตำแหน่งผู้บริหารชั่วคราว แจ้งการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 41,132,700 หุ้น โดยระบุวันที่ทำรายการเป็นวันที่ 31 ธ.ค.2551
ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2569 บุคคลดังกล่าวได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2) สำนักงาน ก.ล.ต. โดยระบุการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท ประกอบด้วยหุ้นสามัญประมาณ 0.3776% และหุ้นบุริมสิทธิประมาณ 4.6400% ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นภายหลังการได้มาคิดเป็นประมาณ 9.9906% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท นั้น
บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า ตามหมายเหตุที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. สำหรับแบบ 246-2 ดังกล่าว ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งหมายความว่าข้อมูลในรายงานอาจยังไม่ครบถ้วน และ/หรืออยู่ระหว่างการสอบทาน
นอกจากนี้ บริษัทพบข้อสังเกตว่าข้อมูลในแบบ 246-2 ดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากบริษัทไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิแก่บุคคลเป็นการทั่วไป และในปัจจุบันบริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลืออยู่แล้ว อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในบริษัท พบว่า บุคคลผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าวมิได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท และไม่มีรายชื่อเป็นบุคคลที่บริษัทได้ขึ้นทะเบียนไว้ในระบบบัญชีรายชื่อบุคคล (Whitelist) ของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่อย่างใด
บริษัทจึงได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 และได้รับแจ้งว่าสำนักงาน ก.ล.ต. จะดำเนินการสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นแบบรายงานดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบทานข้อมูลโดยสำนักงาน ก.ล.ต.







