อัยการฟ้อง "เฮียม้อ-ปุณฑรีก์" นอนคุกคดีปั่นหุ้น MORE ดันยอดจำเลยพุ่ง 34 ราย ล่าตัวผู้ต้องหาที่เหลือ
อัยการเดินหน้าปิดเกมคดีปั่นหุ้น MORE ล่าสุดสั่งฟ้อง "ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา" และ "อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ" นอนคุกด้าน "สมนึก กยาวัฒกิจ" เลื่อนนัดพบ 21 พ.ค.นี้ ดันจำเลยรวม 34 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือยังหลบหนี ดีเอสไอเร่งตามจับตามหมายศาล
KEY
POINTS
- อัยการเดินหน้าปิดเกมคดีปั่นหุ้น MORE ล่าสุดสั่งฟ้อง "ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา" และ "อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ" นอนคุก
- ด้าน "สมนึก กยาวัฒกิจ" เลื่อนนัดพบ 21 พ.ค.นี้
- ดันจำเลยรวม 34 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือยังหลบหนี ดีเอสไอเร่งตามจับตามหมายศาล
ความคืบหน้าคดีปั่นหุ้น MORE ทำนักลงทุนเสียหายรวมกว่า 4.5 พันล้านบาท ผู้ต้องหาที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องมีทั้งหมด 42 ราย ก่อนหน้านี้ยื่นฟ้องไปแล้ว 32 ราย ยังเหลือผู้ต้องหารายสำคัญ 3 คน ที่ขอเลื่อนนัดอัยการนับกว่า 10 ครั้ง ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือหลบหนี ดีเอสไอได้ขอศาลออกหมายจับไว้แล้วกำลังตามจับกุมตัว
วานนี้ (22 เม.ย.2569) อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 นัดหมายให้ 2 ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีปั่นหุ้นมอร์ ทำให้นักลงทุนเสียหายกว่า 4.5 พันล้าน คือ น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) และ นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ เฮียม้อ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE มาพบอัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาล
ส่วน นายสมนึก กยาวัฒกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ตงฮั้ว ผู้ต้องหารายสำคัญอีกคนหนึ่ง อัยการอนุญาตให้เลื่อนนัดไว้ไปจนถึงวันที่ 21 พ.ค.นี้
แต่อัยการรอ น.ส.ปุณฑรีก์ และนายอมฤทธิ์ ตั้งแต่เช้าแต่ก็ไร้วี่แววของผู้ต้องหาทั้งสอง เตรียมจะให้ดีเอสไอขอศาลออกหมายจับ แต่พอช่วงบ่าย ผู้ต้องหาทั้งสองก็มาพบอัยการตามนัด จึงถูกนำตัวไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล
ในความผิดฐานร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด, ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร
ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้อง น.ส.ปุณฑรีก์ เป็นจำเลยที่ 1 เเละ นายอมฤทธิ์ เป็นจำเลยที่ 2 ในสำนวนนี้ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี
"เฮียม้อ-ปุณฑรีก์" นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันหวั่นหลบหนี
ศาลพิจารณาแล้ว ในส่วนจำเลยที่ 1 น.ส.ปุณฑรีก์ ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า ตามรายงานการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า
จำเลยที่ 1 จัดอยู่ในกลุ่มตัวการที่ร่วมกันคิดแนวทางและวางแผนการซื้อขายหุ้น มีการ ติดต่อสื่อสารและมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงระหว่างกันจำนวนมากเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมกับการกระทำของ นายอมฤทธิ์ จำเลยที่ 2
พฤติการณ์นับว่าร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1จะหลบหนี จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ส่วน นายอมฤทธิ์ จำเลยที่ 2 พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าตามรายงานการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำหนดมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ
โดยจำเลยที่ 2 จัดอยู่ในกลุ่มตัวการที่ร่วมกันคิดแนวทางและวางแผนการซื้อขายหุ้น สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของราคาและปริมาณความต้องการซื้อขายที่แท้จริงตามสภาพตลาดปกติ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง อีกทั้งกระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นในระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พฤติการณ์นับว่าร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 2 จะหลบหนี ส่วนเหตุผลที่จำเลยที่ 2 อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยที่ 2 มีสิทธิร้องขอให้ได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้คุมตัว น.ส.ปุณฑรีก์ ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนนายอมฤทธิ์ ถูกคุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
หากถึงวันที่ศาลนัดตรวจหลักฐานในคดีนี้ ทางอัยการจะแถลงต่อศาลขอนำสำนวนคดีนี้รวมเป็นคดีเดียวกันกับสำนวนคดี 32 จำเลยที่ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีพยานหลักฐานชุดเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณา
สรุปว่าตอนนี้อัยการยื่นฟ้องจำเลยไปแล้วรวม 34 ราย เหลือนายสมนึก อีก 1 ราย ที่อัยการนัดให้มาพบในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ส่วนที่เหลือคือผู้ต้องหาที่หลบหนี ดีเอสไออยู่ระหว่างการจับกุมตัวตามหมายจับศาล.


