
ชนะขาด! ผู้บริหารสายการเงิน 9 ใน 10 ชี้ทักษะ AI มีค่ากว่าปริญญา MBA
ผลสำรวจ PwC ชี้ผู้บริหารสายการเงิน 9 ใน 10 มองทักษะ AI สำคัญกว่าใบปริญญา MBA องค์กรพร้อมอัปค่าตัวดึงคนเก่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยดังเร่งผุดคอร์สสั้นรับเทรนด์
KEY
POINTS
- ผู้บริหารภาคบริการทางการเงินถึง 86% มองว่าทักษะด้าน AI มีคุณค่าต่อการพิจารณารับพนักงานใหม่มากกว่าใบปริญญา MBA
- องค์กรธุรกิจพร้อมทุ่มงบดึงคนเก่ง โดย 91% ของผู้บริหารระบุว่าได้ปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่มีทักษะ AI แล้ว
- มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกเร่งปรับตัว เปิดคอร์สระยะสั้นด้าน AI ที่ราคาถูกและใช้เวลาเรียนน้อยกว่า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่
ปัจจุบัน ผู้บริหารระดับสูงกำลังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) ว่ายังคงตอบโจทย์ตลาดแรงงานหรือไม่ ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ
ข้อมูลจากผลสำรวจของ PwC บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ซึ่งสอบถามความคิดเห็นผู้บริหารในภาคบริการทางการเงินของสหรัฐอเมริกา กว่า 1,000 คน พบว่า ผู้บริหารมากถึง 86% เชื่อมั่นว่าการผ่านการฝึกอบรมทักษะด้าน AI มีคุณค่ามากกว่าการถือครองใบปริญญา MBA สำหรับการจ้างงานในหลายตำแหน่ง
สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพภายในองค์กร
นอกจากนี้ รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ยังระบุว่า องค์กรธุรกิจพร้อมลงทุนเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ โดยผู้บริหารถึง 91% ยืนยันว่าได้ปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้กับพนักงานที่มีทักษะด้าน AI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"ปัจจุบันตลาดมีความต้องการบุคลากรอย่างชัดเจน โดยไม่เพียงแค่ต้องเข้าใจว่า AI Agent คืออะไร แต่ยังต้องรู้ลึกถึงวิธีการพัฒนา ตลอดจนมีแนวทางในการบริหารจัดการเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย"— ปีเตอร์ พอลลินี (Peter Pollini) ผู้บริหารระดับสูง กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน PwC
พอลลินี ยังกล่าวเสริมว่า หลายบริษัทกำลังมองหาคนทำงานที่มีทักษะทางเทคนิค เพื่อเข้ามาช่วยผลักดันแผนงานการนำ AI มาใช้ (AI use cases) ให้สามารถนำไปปฏิบัติและเกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง
ค่าเล่าเรียนพุ่งสูง ปัจจัยทำคนเมิน MBA
ความคุ้มค่าของการลงทุนเรียน MBA กลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ต้นทุนเฉลี่ยของหลักสูตรพุ่งสูงเฉียด 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ผู้ที่สนใจศึกษาต่อจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลตอบแทนที่จะได้รับกลับมา
เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Harvard University, University of Pennsylvania และ MIT ได้ปรับตัวด้วยการขยายหลักสูตรสำหรับผู้บริหารที่เน้นเจาะลึกด้าน AI โดยเฉพาะ ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้ใช้เวลาเรียนสั้นกว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า และมีใบรับรองความเชี่ยวชาญ (Certificate) มอบให้หลังจบหลักสูตร
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ MIT เปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถลงเรียนคอร์สระยะสั้น 5 วัน ในหัวข้อ "การเป็นผู้นำองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI" (Leading the AI-Driven Organisation) ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โอกาสทองของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z)
ความต้องการบุคลากรสาย AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ยังเป็นแรงผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น IBM, Shopify และ Cloudflare หันมาเร่งรับสมัครพนักงานใหม่ในระดับเริ่มต้น (Entry-level) กันอย่างคึกคัก
องค์กรเหล่านี้เดิมพันว่า กลุ่มบัณฑิตจบใหม่ในเจเนอเรชัน Z (Gen Z) มีความคุ้นเคยและมีศักยภาพในการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อยกระดับการทำงานได้โดดเด่นกว่าพนักงานชุดเดิมที่มีอยู่ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของคนรุ่นใหม่ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว







