posttoday

เจาะดีล BYD ทุ่มกว่า 374 ล้าน ซื้อ บล.คิงส์ฟอร์ด ปรับโครงสร้างสู่ “โฮลดิ้ง“

26 กุมภาพันธ์ 2569

BYD ทุ่ม 374.56 ล้านบาท ซื้อ บล.คิงส์ฟอร์ด ปรับโครงสร้างสู่ Holding Company หวังสร้าง Synergy ขยายส่วนแบ่งตลาด คาดเสร็จสิ้นไตรมาส 2/69

KEY

POINTS

  • บล.บียอนด์ (BYD) อนุมัติแผนเข้าลงทุนใน บล.คิงส์ฟอร์ด (KFS) ด้วยมูลค่ารวมกว่า 374 ล้านบาท
  • การลงทุนแบ่งเป็นการเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิม 90% และการซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน เพื่อให้ KFS กลายเป็นบริษัทย่อย หวังสร้าง Synergy ขยายส่วนแบ่งตลาด คาดเสร็จสิ้นไตรมาส 2/2569 
  • หลังการเข้าซื้อกิจการ BYD จะปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี โดยโอนธุรกิจหลักทรัพย์ทั้งหมดให้ KFS เป็นบริษัทแกนหลัก

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติครั้งสำคัญในการอนุมัติแผนการเข้าลงทุนใน บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ KFS ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และที่ปรึกษาทางการเงินชั้นนำ 

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจแบบปกติ แต่เป็นแผนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว 

กลยุทธ์การสร้างเสถียรภาพและกระบวนการเข้าลงทุน

ก่อนที่กระบวนการเข้าถือหุ้นจะเกิดขึ้น BYD ได้วางแผนสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับกลุ่ม KFS โดยการให้เงินกู้ยืมแก่บริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลงดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KFH (บริษัทแม่ของ KFS) จำนวน 30 ล้านบาท โดยใช้หุ้น KFS ในสัดส่วน 90% เป็นหลักประกัน 

นอกจากนี้ ยังมีการให้เงินกู้ยืมด้อยสิทธิแก่ KFS อีกไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่า KFS จะสามารถรักษาระดับเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) และอัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NCR) ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 

สำหรับแผนการลงทุนมูลค่ารวมกว่า 374.56 ล้านบาท ถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

1. การเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิม: BYD จะเข้าซื้อหุ้น KFS จาก KFH จำนวน 90% ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 37.46 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ KFS กลายเป็นบริษัทย่อยของ BYD ทันที 

2. การลงทุนในหุ้นเพิ่มทุน (RO): BYD จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ KFS ตามสัดส่วน 90% ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 9 หุ้นใหม่ โดยจะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 7,654.50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 337.10 ล้านบาท

ปรับโครงสร้างสู่ "Holding Company"

ภายหลังจากที่การเข้าถือหุ้นเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในไตรมาส 2/2569 BYD จะดำเนินการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มธุรกิจอย่างเป็นระบบ ดังนี้

การโอนกิจการหลักทรัพย์: BYD จะโอนสินทรัพย์ หนี้สิน พนักงาน ระบบงาน และบัญชีลูกค้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์ไปไว้ที่ KFS 

สถานะใหม่ของ BYD: เมื่อกระบวนการโอนย้ายเสร็จสิ้น BYD จะเปลี่ยนบทบาทไปประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น หรือ Holding Company โดยกำหนดให้ KFS เป็นบริษัทแกน (Flagship Company) ในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ 

การจัดการใบอนุญาต: BYD วางแผนจะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. แต่จะยังคงเก็บใบอนุญาตที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ไว้เพื่อดำเนินงานภายใต้บริษัทแม่ต่อไป 

เป้าหมายสูงสุดหวังสร้าง Synergy 

ก้าวต่อไปที่สำคัญคือการขออนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 เมษายน 2569 ซึ่งต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียง 

นอกจากนี้ ธุรกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเอกสารทางการเงินของ KFS ได้รับการตรวจสอบแบบไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ 

เป้าหมายสูงสุดของการรวมตัวในครั้งนี้คือการสร้าง "Synergy" เพื่อดึงจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาผสานกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยได้อย่างยั่งยืน 

ข่าวล่าสุด

TOA ผงาดคว้ารางวัลชนะเลิศ “Best Brand Performance on Social Media”