
สหรัฐผวาพยาธิแมลงกินเนื้อโผล่เท็กซัสครั้งแรกในรอบ 60 ปี
สหรัฐยืนยันพบ “หนอนแมลงกินเนื้อ” ในลูกวัวรัฐเท็กซัสครั้งแรกนับจากปี 1966 หวั่นกระทบอุตสาหกรรมปศุสัตว์และดันราคาเนื้อวัวพุ่งสูงขึ้น
สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญภัยคุกคามด้านปศุสัตว์ครั้งสำคัญ หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ยืนยันการตรวจพบ “หนอนแมลงกินเนื้อ” หรือ New World Screwworm ในลูกวัวตัวหนึ่งที่รัฐเท็กซัส นับเป็นการพบการระบาดภายในรัฐครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี และสร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศที่กำลังเผชิญภาวะฝูงโคลดลงอยู่แล้ว
กรณีดังกล่าวถูกตรวจพบในเมืองลาไพรเออร์ (La Pryor) ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโกราว 48 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการติดเชื้อในลูกวัวเพียงรายเดียวที่ได้รับการยืนยันในสหรัฐขณะนี้ แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ หลังปรสิตชนิดนี้ได้แพร่ระบาดเคลื่อนตัวขึ้นเหนือผ่านเม็กซิโกตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
นางบรู๊ก โรลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหรัฐ เปิดเผยว่า การพบหนอนแมลงกินเนื้อครั้งนี้ถือเป็นการตรวจพบในรัฐเท็กซัสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966 และหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
หนอนแมลงกินเนื้อเป็นตัวอ่อนของแมลงวันปรสิตชนิดหนึ่ง โดยแมลงวันตัวเมียจะวางไข่ในบาดแผลเปิดหรือบริเวณเยื่อบุของสัตว์เลือดอุ่น เมื่อไข่ฟักออกเป็นตัวอ่อน พวกมันจะใช้ปากที่มีลักษณะคล้ายตะขอเจาะกินเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ของสัตว์เจ้าบ้าน ทำให้เกิดบาดแผลรุนแรง การติดเชื้อ และอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
แม้ว่าหนอนชนิดนี้สามารถพบได้ในสัตว์หลายประเภท รวมถึงสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความเสี่ยงต่อคนยังอยู่ในระดับต่ำ และไม่ส่งผลต่อความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการผลิตอาหาร
การตรวจพบครั้งนี้สร้างความวิตกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ของสหรัฐ โดยเฉพาะรัฐเท็กซัสซึ่งเป็นรัฐผู้ผลิตโคเนื้อรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากการระบาดขยายวงกว้าง อุตสาหกรรมปศุสัตว์ของเท็กซัสอาจเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการสูญเสียสัตว์เลี้ยง ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการรักษาและควบคุมโรค
สถานการณ์ดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่จำนวนโคเนื้อของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 75 ปี ส่งผลให้ปริมาณเนื้อวัวในตลาดลดลงและราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแพร่ระบาดของหนอนแมลงกินเนื้อจึงอาจซ้ำเติมภาวะตึงตัวของอุปทานและผลักดันราคาเนื้อวัวให้สูงขึ้นอีก
ตลาดสินค้าเกษตรตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวทันที โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโคเนื้อในตลาดชิคาโกปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนกังวลว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและอุปสงค์เนื้อวัวอาจได้รับผลกระทบ
ภายหลังการยืนยันผลตรวจ USDA ได้ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ในรัศมี 20 กิโลเมตรรอบจุดที่พบการระบาด พร้อมปล่อยแมลงวันตัวผู้ที่ผ่านการทำหมันลงในพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีการควบคุมที่ใช้ได้ผลในอดีต โดยแมลงวันตัวผู้ที่เป็นหมันจะผสมพันธุ์กับตัวเมียในธรรมชาติ ทำให้ไข่ไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้
นอกจากนี้ หน่วยงานยังเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังสัตว์ป่า ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ และเร่งขนส่งเวชภัณฑ์รักษาการติดเชื้อเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส
ตลอดกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา สหรัฐได้ปิดพรมแดนการนำเข้าปศุสัตว์จากเม็กซิโก เพื่อสกัดการแพร่กระจายของหนอนแมลงกินเนื้อ พร้อมทุ่มงบประมาณหลายล้านดอลลาร์สำหรับการดักจับแมลง การเฝ้าระวังโรค และการเพิ่มกำลังผลิตแมลงวันทำหมัน
ข้อมูลจากทางการเม็กซิโกระบุว่า นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 มีการยืนยันการระบาดของหนอนแมลงกินเนื้อแล้วกว่า 27,000 กรณี ขณะที่โรงงานผลิตแมลงวันทำหมันแห่งใหม่ในภาคใต้ของเม็กซิโก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ มีกำหนดเริ่มดำเนินงานภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1960 การระบาดครั้งใหญ่ของหนอนแมลงกินเนื้อในรัฐชายแดนสหรัฐสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อสัตว์ป่าและฟาร์มปศุสัตว์ ก่อนที่โครงการปล่อยแมลงวันทำหมันจำนวนมหาศาลจะสามารถกำจัดปรสิตชนิดนี้ออกจากประเทศได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม โรงงานผลิตแมลงวันทำหมันแห่งใหม่ในรัฐเท็กซัสคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายปี 2027 ทำให้สหรัฐยังคงต้องพึ่งพามาตรการควบคุมฉุกเฉินและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว การกลับมาของหนอนแมลงกินเนื้ออาจกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านปศุสัตว์ครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐในรอบหลายทศวรรษ และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมอาหารและผู้บริโภคทั่วประเทศ







