
ดาวโจนส์ทุบสถิติสูงสุดใหม่ รับความหวังสงครามอิหร่านยุติ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกแรง ดาวโจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่จากความหวังยุติสงครามอิหร่าน ขณะราคาน้ำมันร่วงกว่า 3% ส่วนราคาทองคำพุ่งรับดอลลาร์อ่อนค่า
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายในแดนบวกเมื่อวันพฤหัสบดี โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงแรงจากความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น 874.86 จุด หรือ 1.73% ปิดที่ 51,561.93 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและสาธารณสุข ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 30.63 จุด หรือ 0.41% ปิดที่ 7,584.31 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 23.02 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 26,830.96 จุด หลังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขาย
แรงกดดันต่อ Nasdaq มาจากผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตชิป Broadcom ที่ออกมาต่ำกว่าความคาดหวังของนักลงทุน ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม แม้บรรยากาศการลงทุนในตลาดจะยังคงเป็นบวกก็ตาม
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดมาจากพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านมาตรการที่มีเป้าหมายจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินสงครามกับอิหร่านต่อไป ขณะเดียวกัน ความพยายามไกล่เกลี่ยของสหรัฐนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการผลักดันข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน หลังกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวและยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังออกจากเลบานอน ทำให้เส้นทางสู่สันติภาพในภูมิภาคยังคงเผชิญอุปสรรค
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสะท้อนสัญญาณชะลอตัวของตลาดแรงงาน โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 6.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ต้นทุนแรงงานและผลิตภาพแรงงานในไตรมาสแรกถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ รายงานของ Challenger, Gray & Christmas ระบุว่า บริษัทสหรัฐประกาศปลดพนักงานรวม 97,006 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 11% จากเดือนก่อนหน้า โดยเกือบ 40% ของการปลดพนักงานทั้งหมดมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้งานแทนแรงงานมนุษย์
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่า 3% จากความหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านอาจยุติลงในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก
น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบล่วงหน้าปิดที่ 95.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.78 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ปิดที่ 93.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.1%
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐและการปรับลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หลังนักลงทุนประเมินว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลง
ราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 1% แตะระดับ 4,476.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% ปิดที่ 4,505 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังคงอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ







