SET ปรับขึ้น แต่ชะลอความร้อนแรงลง แนะ Selective Buy ชู CPALL และ CENTEL
InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นต่อ แต่อาจย่อพักตัวบ้างเพื่อลดความร้อนแรง หลังรับปัจจัยบวก กกต. รับรอง สส. แบ่งเขต 396 ราย และ กนง. ลดดอกเบี้ย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CPALL และ CENTEL
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ แต่อาจชะลอความร้อนแรงลงเนื่องจากรับรู้ปัจจัยบวกด้านการเมืองและการลดดอกเบี้ยไปแล้วระดับหนึ่ง
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" หรือเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเติบโตของกำไร
- หุ้นเด่นที่แนะนำคือ CPALL ซึ่งได้ประโยชน์จากฤดูร้อนและการท่องเที่ยว และ CENTEL ที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งจากธุรกิจโรงแรม
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งขึ้นต่อ แต่อาจย่อพักตัวบ้างเพื่อลดความร้อนแรง สะท้อนปัจจัยบวกการเมืองหลัง กกต. ประกาศรับรอง สส. แบ่งเขต 396 ราย รวมทั้งการประชุม กนง. ลดดอกเบี้ย พลิกความคาดหมาย ขณะที่ต่างชาติสลับมาขายสุทธิ ประเด็นติดตามวันนี้ การเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน รอบ 3 จะได้ข้อสรุปมากขึ้นหรือไม่ รวมทั้งความชัดเจนมาตรการภาษีทรัมป์ ทางเทคนิคดัชนีมีแนวต้าน 1530/1545 จุด การย่อพักตัวหากไม่ต่ำกว่า 1500/1490 ประเมินยังเป็นสัญญาณที่ดี
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1460-1530 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจากการไหลเข้าของ Fund Flow หลังการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และล่าสุด กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อหนุนเศรษฐกิจ ซึ่งสร้าง Positive Surprise ให้แก่ตลาด แต่มองดัชนีปรับขึ้นมาตอนรับข่าวดีต่าง ๆ ไปในระดับนึงแล้ว จนทำให้ปัจจุบันดัชนีขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่บริเวณ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่ใค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector จะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่จบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ โดยเฉพาะการเจรจา สหรัฐฯ-อิหร่าน (26 ก.พ.) ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไรไตรมาส 1/2569 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคง แนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE
2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนํา AP BAM KBANK KTB PTT TISCO
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC
2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA
3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL)
และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CPALL ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากคาดได้อานิสงส์เข้าสู่ฤดูร้อนไทยหนุนยอดขายเครื่องดื่ม ดอกเบี้ยขาลงหนุนกำลังซื้อ และ นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเพิ่มขึ้นหนุนยอดขาย ธุรกิจ CVS โดยประเมิน SSS ในไตรมาส 1/2569 จะดีสุดในกลุ่มค้าปลีก เป้าหมายระยะสั้นที่ 53.00 บาท
CENTEL ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากไตรมาส 4/2568 กำไรดีกว่าตลาดคาด 11% จากธุรกิจโรงแรมและอาหารที่แข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 0.67 บาท (XD 6 พ.ค.) ส่วนปี 2569 คาดกำไรโตดีต่อ 22%YoY จากท่องเที่ยวไทยฟื้นและผลขาดทุนลดในมัลดีฟส์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 41.50 บาท


