posttoday

KKP เคาะปันผล 4.20 บาท XD 29 เม.ย.นี้ รวมทั้งปี 68 จ่าย 5.70 บาท

24 กุมภาพันธ์ 2569

บอร์ด KKP เคาะปันผลปี 68 รวม 5.70 บาท คิดเป็น 78.62% ของกำไรสุทธิ เตรียมจ่ายงวดสุดท้ายอีก 4.20 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD 29 เม.ย.นี้ และกำหนดจ่าย 21 พ.ค.69

KEY

POINTS

  • KKP มีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 รวมทั้งสิ้น 5.70 บาทต่อหุ้น
  • บริษัทจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 4.20 บาทต่อหุ้น หลังจากจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 1.50 บาท
  • กำหนดขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเสนอขอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 5.70 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 4,648,531,101 บาท (คำนวณจากจำนวนหุ้นหลังหักจำนวนหุ้นทุนซื้อคืน ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569จำนวน 811,863,680 หุ้น) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 84.35% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 78.62% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมประจำปี 2568

เนื่องจากธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,238,703,645 บาท เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 8/2568 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 

ดังนั้นหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ในอัตราที่เสนอข้างต้น ธนาคารจะจ่ายเงินปันผลคงเหลือในงวดนี้ในอัตราหุ้นละ 4.20 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นของธนาคาร โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2569 และวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

ในการพิจารณาเสนอจ่ายเงินปันผลข้างต้น ธนาคารได้คำนึงถึงผลประกอบการ ระดับของเงินสำรอง ความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคาร ซึ่งครอบคลุมแผนการดำเนินธุรกิจ ความเสี่ยงของธุรกิจ และผลกระทบทั้งก่อนและหลังการจ่ายเงินปันผล รวมถึงความสามารถของธนาคารในการทยอยเพิ่มระดับของเงินสำรองและเงินกองทุนของธนาคาร ความสามารถในการหารายได้ในอนาคต การขยายธุรกิจ และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระยะยาวประกอบ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของธนาคาร

ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลข้างต้นเป็นการจ่ายจากกำไรสุทธิที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งผู้รับเงินปันผลที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับเครดิตภาษีเงินปันผลในอัตราเท่ากับ 20/80 ของเงินปันผลที่ได้รับตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ข่าวล่าสุด

"เอกนิติ" เปิดยุทธศาสตร์ "ธนู 3 ดอก" พลิกเศรษฐกิจไทยปี69 ฝ่ามรสุมโลกเดือด