posttoday

SET แก่วงฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนของภาษีทรัมป์ จับตาตัวเลขส่งออกไทย

23 กุมภาพันธ์ 2569

SET แก่วงตัวฟื้นขึ้น ท่ามกลางความผันผวน หลังภาษีทรัมป์ลดลง แต่อาจมีมาตรการภาษีที่รุนแรงตามมาหลังจากนี้ จับตาความคืบหน้าการเมือง การรายงานยอดส่งออก-นําเข้า ม.ค. ของไทย กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ TU และ CPN

KEY

POINTS

  • SET มีแนวโน้มฟื้นตัวจากปัจจัยบวกเรื่องภาษีทรัมป์ที่ลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากมาตรการภาษีที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคตซึ่งจะสร้างความผันผวน
  • ดัชนีมีโอกาสพักตัวในกรอบ 1,450-1,500 จุด แม้มีแรงหนุนจาก Fund Flow แต่เริ่มชะลอตัวและต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือความคืบหน้าทางการเมือง และการรายงานตัวเลขยอดส่งออก-นำเข้าของไทยในเดือนมกราคม 2569

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวฟิ้นขึ้น หนุนจากภาษีทรัมป์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อาจมีมาตรการภาษีที่รุนแรงตามมาหลังจากนี้ ซึ่งน่าจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้ ขณะที่กระแส Fund Flow ยัง ไหลเข้าแต่ชะลอลง ทำให้ยังคงต้องระวังดัชนีชะลอตัวสั้นตามแนวต้าน ประเด็นติดตามวันนี้ ความคืบหน้าการเมือง รวมทั้งการรายงานยอดส่งออก-นําเข้า ม.ค. ของไทย ทางเทคนิค ดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังติดแนวต้านบริเวณ 1495/1505 หากไม่ผ่านต้องระวังการพักตัวอีกครั้ง แนวรับประเมินที่ 1465/1455

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โอกาสพักตัวเพื่อไปต่อในกรอบ 1,450-1,500 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ดัชนีได้ตอบรับข่าวดีเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยไประดับนึงแล้ว จนทำให้ดัชนีที่เข้าใกล้ 1500 จุด ขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation 

โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่จบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ส่วนการประชุม กนง. คาดจะยังคงมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25%

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไรไตรมาส 1/2569 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคง แนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE

2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนํา AP BAM KBANK KTB PTT TISCO

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC 

2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA 

3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL) 

และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ TU ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสหรัฐปรับเก็บภาษีจาก Section 122 ทำให้ไทยมีภาษีส่งออกลดเป็น 15% ชั่วคราว ซึ่งจะหนุนคำสั่งซื้อในครึ่งแรกปี 2569 ขณะที่ปี 2569 คาดกำไร ปกติเพิ่มขึ้น 12%YoY จากปรับราคาผลิตภัณฑ์ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและมีต้นทุนที่ลดลงตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ราคาเป้าหมายระยะสั้น 12.80 บาท

CPN ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากมองเป็นหุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ทำให้ Fund Flow มีโอกาสไหลเข้า ขณะที่วันนี้คาดประกาศกำไรปกติไตรมาส 4/2568 เติบโตดี YoY และ QoQ ส่วนปี 2569 แนวโน้มยังคงเป็นบวก โดยคาดกำไรจะเติบโต 9.6%YoY ราคาเป้าหมายระยะสั้น 65.50 บาท

ข่าวล่าสุด

SET แก่วงฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนของภาษีทรัมป์ จับตาตัวเลขส่งออกไทย