posttoday

ส่องพิรุธบัตรเลือกตั้งใหม่: "ลิงแก้แห" หรือ "หลักฐานมัดตัว" กกต.?

23 กุมภาพันธ์ 2569

พรรคประชาชน และอดีต กกต. จับพิรุธบัตรเลือกตั้งซ่อมไร้เลขต้นขั้ว ชี้เป็นหลักฐานมัดตัวยอมรับข้อผิดพลาดส่อทำเลือกตั้งโมฆะซ้ำซาก เตรียมยื่นฟ้อง ม.157 สัปดาห์หน้า

KEY

POINTS

พิรุธบัตรล้างผิด: การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ที่ไร้หมายเลขและบาร์โค้ดที่ต้นขั้ว ถูกมองว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าบัตรเดิมในวันที่ 8 ก.พ. มีปัญหาเรื่อง "การลงคะแนนไม่ลับ" และสามารถสืบย้อนตัวตนผู้ลงคะแนนได้จริง

เสี่ยงโมฆะซ้ำสอง: นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เตือนว่าหากการเปลี่ยนรูปแบบบัตรไม่มีมติ กกต. รองรับ จะถือว่าผิดเงื่อนไขการจ้าง (TOR) ทันที ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจทำให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถูกสอยจนเป็นโมฆะอีกรอบ

นิติสงครามมาตรา 157: พรรคประชาชนเตรียมใช้ความแตกต่างของบัตรเลือกตั้งทั้งสองเวอร์ชันเป็นหลักฐานเด็ดประกอบคำฟ้องเอาผิด กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ภายในสัปดาห์หน้า

เจาะปม "บัตรเลือกตั้งใหม่" หลักฐานมัดตัวหรือทางรอด?
ชนวนเหตุความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตคันนายาว เมื่อพรรคประชาชน นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ลงพื้นที่สังเกตการณ์แล้วพบความผิดปกติสำคัญ นั่นคือบัตรเลือกตั้งที่นำมาใช้ใหม่ "ไม่มีหมายเลขหรือรหัสที่ต้นขั้ว" รวมถึงไม่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่านี่คือการยอมรับโดยปริยายว่า กกต. ทราบดีว่าบัตรเดิมมีปัญหาเรื่องการลงคะแนนไม่เป็นความลับ การเร่งจัดพิมพ์บัตรใหม่ทั้งที่มีบัตรเดิมเหลืออยู่ จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการ "ทำลายร่องรอย" ความบกพร่องที่เกิดขึ้น ซึ่งพรรคได้รวบรวมหลักฐานพฤติการณ์นี้เพื่อเตรียมยื่นฟ้อง กกต. ตามมาตรา 157 ในสัปดาห์หน้าทันที

"ลิงแก้แห" ในมุมมองอดีต กกต.

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาขยี้ปมนี้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเปรียบเทียบการทำงานของ กกต. ว่าเหมือน "ลิงแก้แห" ที่ยิ่งพยายามแก้ยิ่งยุ่งเหยิง โดยตั้งคำถาม 4 ประเด็นหลัก โดยเฉพาะความไม่เชื่อที่ว่าบัตรเก่าหมดจนต้องพิมพ์ใหม่ เพราะตามมาตรฐานต้องมีสำรองอย่างน้อย 3-5% (ราว 100,000 ใบ)

ที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง เงื่อนไขการจ้าง (TOR) หากการพิมพ์บัตรใหม่ที่มีหน้าตาต่างไปจากเดิมไม่มีมติจากที่ประชุม กกต. รองรับอย่างเป็นทางการ จะถือว่าเป็นการนำบัตรที่ไม่ตรงตามเงื่อนไขมาใช้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งในทางกฎหมายอาจถูกตีความว่าเป็น "บัตรชำรุด" หรือบัตรที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้เสี่ยงที่จะถูกร้องเรียนจนกลายเป็น "โมฆะ" ซ้ำรอยเดิม

วิกฤตความเชื่อมั่นและทางตันกฎหมาย

หากศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกรอบ ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง ไม่ใช่แค่การเสียเวลาและงบประมาณในการจัดเลือกตั้งใหม่ แต่จะเป็นการตอกย้ำวิกฤตความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่าง กกต. โดยพรรคประชาชนระบุว่าได้เตรียมแผนรับมือทุกฉากทัศน์ (Scenario) ไว้แล้ว

 

ขณะที่ตัว กกต. เองอาจต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางอาญาหากศาลเห็นพ้องว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ท้ายที่สุดแล้ว ปมบัตรเลือกตั้งไร้รหัสนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กกต. ต้องแสดงความรับผิดชอบครั้งใหญ่หรือไม่ คือสิ่งที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

TOA ผนึกเครือรพ.กรุงเทพ นำร่องใช้สีฉลาก EPD รายแรกในไทย