THCOM โชว์งบปี 68 พลิกมีกำไร 40 ล้าน รับรายได้ดาวเทียมโต
THCOM โชว์งบปี 68 พลิกกำไร 40 ล้านบาท กำไรดำเนินงานพุ่ง 268% แตะ 401 ล้านบาท รายได้โต 13% จากงาน GISTDA และรุกตลาดอินเดีย-GEOINT
KEY
POINTS
- THCOM รายงานผลประกอบการปี 2568 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 23 ล้านบาท
- รายได้รวมเติบโต 13% แตะ 2,737 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจดาวเทียม
- ความสำเร็จมาจากการขยายธุรกิจและสัญญาใหม่ๆ เช่น โครงการกับ GISTDA, การขยายตลาดในอินเดีย และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 291 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 268% เมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 109 ล้านบาท
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม
บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคมจำนวน 432 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 31 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
บริษัทมีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สำหรับปี 2568 จำนวน 40 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไร เมื่อเทียบกับผลขาดทุนจำนวน 23 ล้านบาท ในปี 2567 โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการสร้างกำไรสุทธิแม้บริษัทจะเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ รายการดังกล่าวเป็นรายการที่มิใช่เงินสดและไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานหลักของบริษัท
ในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่นรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน 316 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13% จากรายได้รวมจำนวน 2,420 ล้านบาท ในปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการให้บริการให้แก่คู่ค้ารายหนึ่ง จำนวน 317 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ GISTDA เพื่อเป็นผู้จัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดิน สำหรับรับสัญญาณและควบคุมกลุ่มดาวเทียม THEOS ภายใต้โครงการจัดหาจานสายอากาศ โดยในปี 2568 มีรายได้ตามความคืบหน้าของโครงการจำนวน 153 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศมาอย่างยาวนานด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ของบริษัท พร้อมทั้งบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมได้อย่างครบวงจร
ในปี 2568 บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งในตลาดประเทศอินเดียซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ผ่านความร่วมมือกับผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำในประเทศอินเดีย Hughes Communications India Private Limited และ Nelco Limited โดยการบริการดังกล่าวช่วยยกระดับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านเครือข่ายดาวเทียมไทยคม ในภาคส่วนอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ อาทิ บริการทางการเงิน พลังงานหมุนเวียน การทำเหมืองแร่ การศึกษาทางไกล รวมถึงการสื่อสารทางอากาศและทางทะเล
นอกจากนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Intelligence: GEOINT) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโต และมีแนวโน้มส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว โดยสะท้อนผ่านรายได้จากโครงการต่าง ๆ ที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากแพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม ใช้ในการติดตามและตรวจจับการเผาในพื้นที่เกษตรเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ ให้แก่สํานักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย โครงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรให้แก่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และโครงการโดรนให้แก่ GISTDA
รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ CarbonWatch ผ่านการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศ ได้แก่ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบริษัทในการขยายฐานรายได้อย่างต่อเนื่องและการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในปี 2568 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2567 แม้ว่ารายได้และกำไรสุทธิของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) ในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
ทั้งนี้ แม้ว่าสกุลเงินกีบจะแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทยังคงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงิน ของ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว บริษัทได้รับปัจจัยเชิงบวกจากนโยบายการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จะส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง


