posttoday

TRUE ปรับโครงสร้างใหญ่ จาก Telenor เป็น “Arise” จุดเปลี่ยนสู่กำไรยั่งยืน

23 มกราคม 2569

TRUE ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ หลัง Telenor ขายหุ้น 24.95% ให้ Arise ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” โบรกฯ มองช่วยลด Overhang ราคาหุ้น เป็นปัจจัยบวกในระยะยาว คาดกำไรปี 69 แตะ 2.1 หมื่นล้านบาท ให้เป้า 16.10 บาท

KEY

POINTS

  • เทเลนอร์ (Telenor) ขายหุ้น TRUE สัดส่วน 24.95% ให้แก่บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise) ซึ่งเป็นหน่วยลงทุนด้านเทคโนโลยีภายใต้กลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์
  • การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ของ TRUE ถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว เนื่องจากช่วยลดความกังวลของตลาด (Overhang) เกี่ยวกับการขายหุ้นของเทเลนอร์
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไร TRUE ปี 69 แตะ 2.1 หมื่นล้านบาท กำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน แนะนำ “Outperform” ให้เป้า 16.10 บาท

การควบรวมกิจการระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมรายใหม่ ที่จดทะเบียนในชื่อ “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2566 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 3 ปี ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางใหม่ของบริษัทและยุทธศาตร์ระดับโลกของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

การถอนตัวของ Telenor ยุทธศาสตร์ Portfolio Rotation

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 TRUE ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า Telenor Thailand Investments Pte. Ltd. (เทเลนอร์) ได้ตัดสินใจขายหุ้นในสัดส่วน 24.95% ให้แก่ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (อไรซ์) หน่วยลงทุนด้านเทคโนโลยีภายใต้กลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งก่อตั้งและถือหุ้นทั้งหมดโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ในราคา 11.70 บาทต่อหุ้น 

นอกจากนี้ยังมีข้อตกลง Put/Call Option สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีก 5.35% ของเทเลนอร์ ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลังจากครบกำหนด 2 ปีนับจากวันที่ปิดการขายครั้งแรก

การตัดสินใจของ Telenor ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับตลาด เนื่องจาก Telenor เคยประกาศยุทธศาสตร์ไว้ตั้งแต่ปี 2564-2565 ว่าจะ “ลดการลงทุนในเอเชีย เพื่อกลับไปโฟกัสตลาดกลุ่ม Nordic” และตลาดที่พัฒนาแล้วซึ่งมีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่า ดังนั้น การขายหุ้นครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องของ Portfolio Rotation หรือการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนมากกว่าที่จะเกิดจากปัญหาพื้นฐานของตัวธุรกิจ TRUE เอง

ย้อนผลการดำเนินงานจากขาดทุนสู่กำไรสุทธิ

แม้ในช่วงแรกของการควบรวม TRUE จะต้องเผชิญกับตัวเลขผลการดำเนินงานที่ติดลบ แต่ทิศทางกลับแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2566 มีรายได้ 173,050.96 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 14,580.96 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 207,805.29 ล้านบาท แม้จะยังขาดทุนแต่ลดลงเหลือ 10,965.86 ล้านบาท
  • ปี 2568 (9 เดือนแรก) TRUE สามารถพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้ที่ 5,237.93 ล้านบาท จากรายได้ 149,240.13 ล้านบาท

มูลค่าบริษัทและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ด้านราคาหุ้น และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ย้อนหลังตั้งแต่เข้าซื้อขายวันแรกจากการควบรวมกิจการในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2566 จนถึงปัจจุบัน (23 ม.ค.2569) พบว่า  

ราคาหุ้น TRUE

  • ราคาหุ้นเปิดเทรดวันแรก: 8.35 บาท/หุ้น  
  • ราคาหุ้นปิดเทรดวันแรก: 8.60 บาท/หุ้น 
  • ราคาหุ้น ณ 28 ธ.ค.2566: 5.05 บาท/หุ้น
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2567: 11.10 บาท/หุ้น
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2568: 10.90 บาท/หุ้น 
  • ราคาหุ้น ณ 23 ม.ค.2569: 10.70 บาท/หุ้น

Market Cap. ของ TRUE

  • ณ วันราคาเปิดเทรดวันแรก: 288,510.04 ล้านบาท 
  • ณ วันราคาปิดเทรดวันแรก: 297,148.07 ล้านบาท 
  • ณ 28 ธ.ค.2566: 174,488.11 ล้านบาท
  • ณ 30 ธ.ค.2567: 383,528.32 ล้านบาท
  • ณ 30 ธ.ค.2568: 376,617.90 ล้านบาท 
  • ณ 23 ม.ค.2569: 369,707.48 ล้านบาท 

ในแง่ของตลาดทุน ราคาหุ้นของ TRUE สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ราคาหุ้น จากวันแรกที่เปิดเทรดหลังควบรวมที่ 8.35 บาท ราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 10.70 บาท ณ วันที่ 23 ม.ค.2569 หรือ เพิ่มขึ้น 28.14%
  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) เพิ่มขึ้น 81,197.44 ล้านบาท โดยขยับจาก 288,510.04 ล้านบาท ในวันแรก สู่ 369,707.48 ล้านบาท ในปัจจุบัน 

มุมมองในอนาคต ปลดล็อก Overhang

นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส มีมุมมองเป็นกลางต่อดีลการขายหุ้นของ “เทเลนอร์” ครั้งนี้ เนื่องจากมองผลลบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น แต่มองว่าเป็นปัจจัยบวกในระยะยาวต่อราคาหุ้น เนื่องจากเป็นการ ลดความกังวล (Overhang) ที่ตลาดเคยสงสัยว่า Telenor จะขายหุ้นออกมาเมื่อใด 

เนื่องจากข่าวการขายหุ้นของ “เทเลนอร์” เป็นการปรับโครงสร้างการถือหุ้น ซึ่งเชื่อว่าจะยังไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ TRUE ทำให้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ตามเดิมที่ 1.7 หมื่นล้านบาท (พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2567) และปี 2569 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปี 2568  

จากการปรับโครงสร้างที่ชัดเจนและผลกำไรที่เริ่มฟื้นตัว นักวิเคราะห์ยังคงแนะนำ “Outperform” สำหรับ TRUE โดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 16.10 บาท 

แสดงให้เห็นว่าแม้พันธมิตรระดับโลกอย่าง Telenor จะลดบทบาทลง แต่รากฐานและอนาคตของ TRUE ยังคงถูกมองว่ามีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

TRUE ปรับโครงสร้างใหญ่ จาก Telenor เป็น “Arise” จุดเปลี่ยนสู่กำไรยั่งยืน