posttoday
คนไทยบนเวที IMF! ซีอีโอ BRANDi ชี้ทางรอดเศรษฐกิจโลก ด้วยโมเดล Sustainomy

คนไทยบนเวที IMF! ซีอีโอ BRANDi ชี้ทางรอดเศรษฐกิจโลก ด้วยโมเดล Sustainomy

13 ตุลาคม 2569

คนไทยบนเวที IMF! "ปิยะชาติ อิศรภักดี" ซีอีโอ BRANDi ชี้ทางรอดเศรษฐกิจโลก ดันโมเดล Sustainomy กู้วิกฤตทุนนิยม

 

"ผมตั้งคำถามเสมอว่า ทุกวันนี้เราเร่งผลักดันการเติบโต จนถึงขั้นดึงศักยภาพและทรัพยากรในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าจนหมดแล้วหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้น ปัญหาที่เรากำลังเผชิญย่อมฝังรากลึกกว่าแค่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า 'โมเดลการเติบโต' รูปแบบเดิมที่เราใช้กันมาตลอด อาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป" - ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi and Companies)

 

บนเวที Leaders’ Speaker Series ภายในงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank 2026) ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi and Companies) ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกว่า

 

ปัจจุบันเราต่างเผชิญกับความท้าทายเพราะ "การเติบโต" กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในการริเริ่ม การรักษาระดับ ไปจนถึงการต่อยอดผลลัพธ์ให้กลายเป็นความก้าวหน้าที่แท้จริง

 

ขณะเดียวกัน ทรัพยากรและต้นทุนสำคัญที่ต้องใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตกลับร่อยหรอลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพของทุนมนุษย์ ข้อจำกัดด้านพื้นที่ ความน่าเชื่อถือของสถาบันต่างๆ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลดน้อยลง

 

คนไทยบนเวที IMF! ซีอีโอ BRANDi ชี้ทางรอดเศรษฐกิจโลก ด้วยโมเดล Sustainomy

 

ปิยะชาติชี้ให้เห็นว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเดียวคือ "การเติบโต" (Growth) ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวทางนี้เคยประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่งคั่ง ยกระดับคุณภาพชีวิต และพลิกโฉมสังคมมนุษย์ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า ความสำเร็จระยะสั้นจะค่อยๆ ต่อยอดไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว

 

ทว่าปัจจุบัน สมการนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัวอีกต่อไป แม้โลกจะคาดหวังให้การเติบโตนำมาซึ่งโอกาสและความมั่งคั่ง แต่ผลลัพธ์ที่เผชิญอยู่กลับกลายเป็นภาระหนี้สิน ความเหลื่อมล้ำ ความเปราะบาง และความแตกแยก

 

ตัวเลขทางเศรษฐกิจตอกย้ำวิกฤตนี้อย่างชัดเจน หนี้สาธารณะทั่วโลกพุ่งแตะ 94% ของ GDP ในปี 2025 และจ่อทะลุ 100% ภายในปี 2029 ขณะเดียวกัน ในทศวรรษหน้า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะมีคนหนุ่มสาวเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ถึง 1.2 พันล้านคน ทว่าระบบเศรษฐกิจกลับสร้างงานรองรับได้เพียง 420 ล้านตำแหน่งเท่านั้น

 

นอกจากนี้ การมุ่งแข่งขันด้านประสิทธิภาพยังนำไปสู่การผูกขาด ปัจจุบันผู้สกัดแร่สำคัญด้านพลังงาน 3 อันดับแรกของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันสูงถึง 86% การเน้นประสิทธิภาพที่สร้างการกระจุกตัวเช่นนี้ กลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกเปราะบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ทิศทางการค้าและการลงทุนก็หนีไม่พ้นภาวะนี้ ปัจจุบันโลกเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน เม็ดเงินลงทุนมุ่งเป้าไปที่กลุ่มพันธมิตรทางภูมิรัฐศาสตร์และกีดกันขั้วตรงข้าม แม้เศรษฐกิจโลกจะยังคงเชื่อมโยงกัน แต่ก็เป็นการเชื่อมต่อที่ถูกจำกัดวงอยู่แค่ในบล็อกของตัวเองเท่านั้น

 

ปิยะชาติ อิศรภักดี ซีอีโอ BRANDi

จากแนวพระราชดำริ สู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ 'Sustainomy'

 

ซีอีโอ BRANDi ระบุว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันล้วนมาจากสาเหตุสำคัญ นั่นคือการที่โลกมุ่งเน้นแต่การสร้าง "ผลผลิต" จนละเลยการ "ฟื้นฟูศักยภาพ" อันเป็นต้นกำเนิดของผลผลิตเหล่านั้น ส่งผลให้แม้โลกจะดูมั่งคั่งด้วยผลผลิตที่มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ทรัพยากรและขีดความสามารถกลับร่อยหรอลง

 

"เราไม่สามารถเบียดเบียนอนาคต เพื่อมาแลกกับความมักง่ายในปัจจุบันได้อีกต่อไป" ปิยะชาติเน้นย้ำ พร้อมกล่าวเสริมว่า

 

สำหรับสังคมไทย แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากเรามี "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงวางรากฐานการเติบโตอย่างสมดุลบนความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน

 

อีกทั้งยังสอดรับกับพระปฐมบรมราชโองการ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ที่ทรงย้ำเตือนว่า ความก้าวหน้าที่แท้จริง คือการนำต้นทุนที่ดีมาพัฒนาต่อยอด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งดีงามเอาไว้

 

จากแนวคิดดังกล่าว จึงเกิดการต่อยอดและยกระดับสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า "Sustainomy" ซึ่งเข้ามาพลิกมุมมองทางเศรษฐศาสตร์

 

จากที่เคยตั้งคำถามเพียงว่า "อะไรคือสิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโต?" เปลี่ยนเป็นคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า "แล้วการเติบโตนั้น ทิ้งผลกระทบอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง?"

 

เพราะหากความมั่งคั่งต้องแลกมาด้วยการก่อหนี้สินมหาศาล หรือการเน้นประสิทธิภาพที่กลับทำให้ระบบโดยรวมเปราะบางลง นั่นย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่า เข็มทิศทางเศรษฐกิจของเรากำลังชี้ไปผิดทาง

 

คนไทยบนเวที IMF! ซีอีโอ BRANDi ชี้ทางรอดเศรษฐกิจโลก ด้วยโมเดล Sustainomy

 

'ผลตอบแทนคู่ขนาน' สมการการลงทุนใหม่ที่โลกต้องมี

 

เพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง ปิยะชาติได้เสนอแนวคิด "ผลตอบแทนคู่ขนาน" (Dual Returns) โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการลงทุนในปัจจุบันยังไม่สมบูรณ์

 

เพราะระบบทุนนิยมแบบเดิมมักยึดติดอยู่กับวงจรที่ใช้ 'ทุน' เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต และนำการเติบโตนั้นมาสร้าง 'ผลตอบแทนทางการเงิน' ก่อนจะหมุนเวียนกลับไปต่อยอดเป็นเงินทุนก้อนใหม่ต่อไป

 

ทว่าวงจรนี้กลับละเลยหัวใจสำคัญอย่างการฟื้นฟู "ศักยภาพเชิงระบบ" ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะต่อให้มีเม็ดเงินมหาศาลเพียงใด หากทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม ผู้คนขาดศักยภาพ หรือโครงสร้างพื้นฐานและสถาบันทางสังคมอ่อนแอลง การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวย่อมไม่มีทางไปรอด

 

ดังนั้น โลกยุคใหม่จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วย "ผลตอบแทนเชิงระบบ" เพื่อเข้ามาช่วยฟื้นฟูต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยรักษาทรัพยากรให้พร้อมรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่ "การจัดสรรเงินทุน"  ไม่ว่างบประมาณของรัฐ สินเชื่อจากธนาคาร หรือการลงทุนของภาคธุรกิจ ทุกภาคส่วนต้องตอบให้ได้ว่า "เรากำลังเลือกที่จะสร้างอะไร?" เพราะเม็ดเงินไหลไปทางไหน การเติบโตก็จะเกิดขึ้นที่นั่น

 

ทว่าเอกชนเพียงลำพังไม่อาจขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ เพราะตลาดแห่งอนาคตยังเป็นสิ่งที่ต้องลงมือสร้าง ภาครัฐและเอกชนจึงต้องร่วมมือกัน "สร้างตลาดใหม่" โดยมีเอกชนเป็นทัพหน้า นำความต้องการที่ยังไม่ถูกตอบสนองมาพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้จริง

 

ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องพลิกบทบาทเป็น "ผู้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย" ซึ่งลึกซึ้งกว่าแค่การอำนวยความสะดวก นโยบายการคลังต้องกล้าลงทุนในจุดที่เอกชนแบกรับความเสี่ยงคนเดียวไม่ได้ นโยบายการเงินต้องช่วยชี้นำทิศทางเงินทุน และนโยบายอุตสาหกรรมต้องเร่งยกระดับศักยภาพให้ตอบโจทย์โลกอนาคต 

 

ท้ายที่สุด ประชาชนและผู้บริโภคก็ต้องปรับตัว เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างอุปสงค์และผลักดันให้ตลาดใหม่นี้เกิดขึ้นจริง

 

"โจทย์สำคัญของเศรษฐศาสตร์ยุคต่อไป จะไม่ใช่แค่ 'อะไรทำให้เศรษฐกิจเติบโต' แต่คือ 'การเติบโตนั้นทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง' เพราะการเติบโตไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ทางตัวเลข

 

แต่มันคือตัวกำหนดนิเวศวิทยาและระบบเศรษฐกิจในแบบที่เราอยากให้เป็น และนี่คือหัวใจสำคัญของ Sustainomy" ปิยะชาติ กล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากผู้นำทั่วโลกที่เข้าร่วมประชุม

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ ดัน “ข้อมูลดิจิทัล” หนุน MSME เข้าถึงแหล่งทุน

ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ ดัน “ข้อมูลดิจิทัล” หนุน MSME เข้าถึงแหล่งทุน