posttoday
พื้นที่น้ำหลากตั้งโรงงานกากได้? คพ.พบสารปิโตรเลียมสูง จ่อดำเนินคดี

พื้นที่น้ำหลากตั้งโรงงานกากได้? คพ.พบสารปิโตรเลียมสูง จ่อดำเนินคดี

13 ตุลาคม 2569

“สนธิ” ตั้งคำถามโรงงานกากอุตสาหกรรมกลางพื้นที่เกษตร–รับน้ำ ด้าน คพ.พบปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน 114,860 มก./ลิตร ใกล้คันดินรั่ว เตรียมใช้ผลตรวจประกอบดำเนินคดี

วันนี้ (13 ตุลาคม 2569) 

นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงการอนุญาตให้โรงงานคัดแยกและฝังกลบกากอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่น้ำหลาก หลังเกิดน้ำท่วมและพบการปนเปื้อนสารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนความเข้มข้นสูงถึง 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร บริเวณใกล้บ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี

 

นายสนธิตั้งข้อสังเกตว่า หากหลุมฝังกลบดังกล่าวจัดทำอย่างถูกหลักสุขาภิบาล หรือ Sanitary Landfill และได้รับอนุญาตให้ฝังกลบเฉพาะกากที่ไม่อันตราย เหตุใดจึงมีสารอันตรายปนเปื้อนและไหลออกมา พร้อมวิจารณ์การอนุญาตและการตรวจสอบของภาครัฐว่าเป็นไปอย่างหย่อนยาน จนทำให้จังหวัดปราจีนบุรีเกิดปรากฏการณ์ “น้ำท่วมจมมิด..สารพิษลอยฟ่อง!”

 

พื้นที่น้ำหลากตั้งโรงงานกากได้? คพ.พบสารปิโตรเลียมสูง จ่อดำเนินคดี

 

นายสนธิระบุว่า หลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตามผังเมืองรวมเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม หรือพื้นที่สีเขียว และบางส่วนเชื่อมต่อกับพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม หรือพื้นที่สีขาวมีเส้นทแยงสีเขียว

 

ตามข้อสังเกตของนายสนธิ หลักผังเมืองทั่วไปไม่เปิดให้จัดตั้งโรงงานจัดการขยะหรือโรงงานประเภท 105 ซึ่งประกอบกิจการคัดแยกกากอุตสาหกรรมและฝังกลบกากที่ไม่อันตราย รวมถึงโรงงานประเภท 106 ซึ่งประกอบกิจการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมในลักษณะดังกล่าว แต่โรงงานแห่งนี้สามารถตั้งขึ้นได้จากการยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2559 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในอดีต ทำให้สามารถประกอบกิจการคัดแยก ฝังกลบ และผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนกลางพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่รับน้ำได้

 

นายสนธิให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในช่วงปี 2564 และเริ่มดำเนินกิจการในเวลาต่อมา โดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดการของเสีย 2 ประเภท ได้แก่ โรงงานประเภท 105 สำหรับคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่อันตราย และโรงงานประเภท 106 สำหรับรีไซเคิล โดยนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วหรือสารทำละลายมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงทดแทน

 

นายสนธิระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นพื้นที่รับน้ำและพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อเกิดน้ำท่วมสูง มวลน้ำจึงทะลักเข้าท่วมหลุมฝังกลบ ทำให้น้ำมัน สารทำละลาย สารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน สารละลายอินทรีย์ และสารอื่น ๆ ไหลปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะและพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ โดยพบคราบสารเคมีสีรุ้งคล้ายน้ำมันแพร่กระจายไปกับกระแสน้ำท่วมเข้าสู่ทุ่งนาและแหล่งน้ำสาธารณะ

 

สำหรับกระบวนการอนุมัติโครงการ นายสนธิระบุว่า บริษัทต้องจัดทำรายงานการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย หรือ ESA พร้อมมาตรการที่โรงงานต้องปฏิบัติ และส่งรายงานให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาก่อนอนุญาตเปิดดำเนินการ รวมทั้งต้องส่งรายงานผลการปฏิบัติงานทุกปี จึงตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้อาจไม่ได้ประเมินความเสี่ยงด้านอุทกภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านเพียงพอ

 

นอกจากนี้ นายสนธิระบุว่า ชาวบ้านในชุมชนรอบหลุมฝังกลบ เช่น ตำบลหัวหว้า เผชิญปัญหากลิ่นเหม็นเรื้อรังมาเป็นเวลานาน และหลังเกิดน้ำท่วมมีรายงานชาวบ้านในพื้นที่เริ่มมีอาการป่วยเรื้อรัง รวมถึงมีตุ่มแดงตามผิวหนัง ซึ่งในโพสต์ระบุว่าเกิดจากการสัมผัสน้ำปนเปื้อนสารพิษ

 

กรมควบคุมมลพิษเตรียมดำเนินคดี

ด้านกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ได้รับผลตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสิ่งแวดล้อมแล้ว และเตรียมนำข้อมูลประกอบการดำเนินคดี พร้อมประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หลังพบคราบน้ำสีรุ้งในจังหวัดปราจีนบุรีปนเปื้อนสารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงผิดปกติ

 

กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยใช้เครื่องเก็บตัวอย่างน้ำแบบแนวนอน หรือ Horizontal Water Sampler เก็บตัวอย่างบริเวณที่พบการกระจายตัวของคราบสีรุ้ง ตั้งแต่พื้นที่ติดกับบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ไปจนถึงระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร รวม 3 จุด

 

พื้นที่น้ำหลากตั้งโรงงานกากได้? คพ.พบสารปิโตรเลียมสูง จ่อดำเนินคดี

 

 

ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม มีรายละเอียดดังนี้

 

จุดที่ 1 ห่างจากคันดินที่รั่วประมาณ 65 เมตร พบเหล็ก 0.98 มิลลิกรัมต่อลิตร อะลูมิเนียม 1.146 มิลลิกรัมต่อลิตร แบเรียม 0.041 มิลลิกรัมต่อลิตร ทองแดง 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

จุดที่ 2 ห่างจากคันดินที่รั่วประมาณ 435 เมตร พบเหล็ก 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร อะลูมิเนียม 1.294 มิลลิกรัมต่อลิตร แบเรียม 0.038 มิลลิกรัมต่อลิตร ทองแดงในปริมาณเล็กน้อย น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

จุดที่ 3 ห่างจากคันดินที่รั่วประมาณ 850 เมตร พบเหล็ก 0.70 มิลลิกรัมต่อลิตร อะลูมิเนียมน้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร แบเรียม 0.051 มิลลิกรัมต่อลิตร ทองแดงในปริมาณเล็กน้อย น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร และปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

คพ.ระบุว่า ผลตรวจยืนยันการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูงบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำของบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม โดยค่าที่สูงดังกล่าวตรวจพบในจุดที่ 1 ซึ่งอยู่ห่างจากคันดินที่รั่วประมาณ 65 เมตร

 

ทั้งนี้ คพ.จะร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งกำเนิดและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในโรงงานและพื้นที่โดยรอบบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม พร้อมวางแผนเก็บตัวอย่างตะกอนดินภายหลังน้ำแห้ง เพื่อตรวจสอบการกระจายตัวของมลพิษในพื้นที่โดยรอบ และเสนอแนะแนวทางจัดการพื้นที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

IMF เตือนฟองสบู่ AI เสี่ยงลามวิกฤตการเงินโลก จับตาเงินทุนไหลออกกดดันเงินบาท

IMF เตือนฟองสบู่ AI เสี่ยงลามวิกฤตการเงินโลก จับตาเงินทุนไหลออกกดดันเงินบาท