posttoday
ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ ดัน “ข้อมูลดิจิทัล” หนุน MSME เข้าถึงแหล่งทุน

ธนาคารโลก เปิดยุทธศาสตร์ ดัน “ข้อมูลดิจิทัล” หนุน MSME เข้าถึงแหล่งทุน

13 ตุลาคม 2569

ธนาคารโลก ชูยุทธศาสตร์ ดัน “ข้อมูลดิจิทัล” หนุน MSME เข้าถึงแหล่งทุน แก้ไขช่องว่างการเงิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ เร่งสร้างงาน รองรับแรงงานใหม่ 1.2 พันล้านคน

KEY

POINTS

  • ธนาคารโลกเสนอยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของ MSME โดยเน้นการใช้ประโยชน์จาก "ข้อมูลดิจิทัล" เป็นหัวใจสำคัญ
  • ผลักดันให้ MSME เข้าสู่ระบบดิจิทัลผ่านการชำระเงินและใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างร่องรอยข้อมูล (Data Exhaust) ที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์สินเชื่อแทนหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
  • สนับสนุนกลุ่ม FinTech ที่ใช้ AI ในการประเมินสินเชื่อ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธนาคารกับ FinTech เพื่อให้การอนุมัติเงินกู้แก่ MSME รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น

การประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ในวันที่ 13 ต.ค.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร มีการจัดเสวนา WBG Flagship: MSME Finance: Leveraging Data for Jobs

 

ในหัวข้อดังกล่าว นำโดย อาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เพื่อหารือถึงบทบาทของโซลูชันดิจิทัลและการใช้ข้อมูลเป็นฐาน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจของ MSMEs โดยช่วยให้ผู้ประกอบการเป็นที่รู้จักและเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึงและในวงกว้าง 

 

อาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระบุว่า MSME คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของภาคธุรกิจทั้งหมดทั่วโลก และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญถึง 75% ในประเทศกำลังพัฒนา 

 

ทั้งนี้ ในอีก 10-15 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีคนรุ่นใหม่ในประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่วัยทำงานมากถึง 1,200 ล้านคน ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ถูกประเมินว่าจะสามารถสร้างตำแหน่งงานรองรับได้เพียงประมาณ 420 ล้านตำแหน่งเท่านั้น

 

อุปสรรคสำคัญในการสร้างงานคือ MSME ในประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับช่องว่างทางการเงินสูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เนื่องจากเกณฑ์ข้อบังคับทางการเงินแบบเดิมกำหนดให้ธนาคารต้องสำรองเงินทุนสูงกว่าปกติถึง 4 เท่าเมื่อปล่อยกู้ให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกอบกับธนาคารพาณิชย์มักเรียกร้องหลักทรัพย์ค้ำประกันประเภทอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ไม่มีครอบครอง

 

อาเจย์ บังกา (Ajay Banga)

 

เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว กลุ่มธนาคารโลกได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน MSME ผ่าน 4 เสาหลัก ยกระดับให้ธุรกิจรายย่อยมองเห็นได้ ชัดเจนขึ้น และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริง ประกอบด้วย 

 

1. Visible (มองเห็นได้ผ่านข้อมูล) ปัจจุบัน MSME ในประเทศกำลังพัฒนาปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลน้อยกว่า 1 ใน 3 และการชำระเงินกว่า 60% ยังคงเป็นเงินสด ธนาคารโลกจึงเร่งผลักดันระบบชำระเงินดิจิทัลรวดเร็ว (Fast Payments) และระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างร่องรอยข้อมูลการทำธุรกรรม (Data Exhaust) และนำกระแสเงินสด (Cash Flow) มาใช้วิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้แทนหลักทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ช่วย 20 ประเทศสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลแล้ว

 

2. Connected (เชื่อมโยงสู่ตลาด) ลงทุนในระบบแพลตฟอร์มบริการส่วนกลางดิจิทัล (Shared Service Providers) เช่น งานบัญชีและการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้ MSME เข้าถึงบริการวิชาชีพในราคาประหยัด รวมถึงโครงการอย่าง AgriConnect ที่เชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์เข้ากับผู้ซื้อและแหล่งเงินทุน

 

3. Connected (เชื่อมโยงสู่ตลาด) ลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่ซับซ้อน (Red Tape) พร้อมปรับปรุงกฎหมายล้มละลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ผิดพลาดสามารถเรียนรู้และกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ โดยธนาคารโลกได้เข้าไปช่วยลดขั้นตอนทางราชการแล้วใน 35 ประเทศ และปรับปรุงกฎหมายล้มละลายใน 10 ประเทศ

 

4. Funded (เข้าถึงแหล่งเงินทุน) สนับสนุนกลุ่ม FinTech ที่ใช้ระบบประเมินสินเชื่อด้วย AI ซึ่งอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ (Aggregators) เช่น Grab และตลาดอีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ยังส่งเสริมโมเดลร่วมมือระหว่างธนาคารและ FinTech โดยผสานสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือของธนาคารเข้ากับความรวดเร็วและเทคโนโลยีของ FinTech

 

นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารโลกได้กำหนด 5 สาขาอุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างงาน ซึ่งมี MSME เป็นแกนหลัก ได้แก่

1. พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน

2. ธุรกิจการเกษตร เพื่อเพิ่ม productivity ให้เกษตรกรรายย่อย

3. การบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน

4. การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ขยายผลการจ้างงานต่อเงินลงทุนได้สูงสุด

5. อุตสาหกรรมการผลิตเพิ่มมูลค่า (Value-added Manufacturing) โดยมุ่งเน้นการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มในท้องถิ่น นอกเหนือจากการขุดเจาะแร่ธาตุเพียงอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

CIB เปิดปฏิบัติการทลายสแกมเมอร์ รวบ 39 ราย ยึดทรัพย์ 500 ล้าน

CIB เปิดปฏิบัติการทลายสแกมเมอร์ รวบ 39 ราย ยึดทรัพย์ 500 ล้าน