
CIB เปิดปฏิบัติการทลายสแกมเมอร์ รวบ 39 ราย ยึดทรัพย์ 500 ล้าน
ตำรวจ CIB ผนึก ACSC เปิดปฏิบัติการ “Anti-Scam Matrix” ค้น 27 จุดทั่วประเทศ รวบผู้ต้องหา 39 ราย ยึดทรัพย์สินกว่า 500 ล้านบาท
KEY
POINTS
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลงทุนออนไลน์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 39 ราย เป็นชาวไทย จีน และเมียนมา
- เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 27 จุดใน 11 จังหวัด พร้อมยึดทรัพย์สินของเครือข่ายได้มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู และสินทรัพย์ดิจิทัล
- ขบวนการดังกล่าวมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊กให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านเว็บไซต์ปลอม ก่อนจะฟอกเงินผ่านหลายช่องทาง รวมถึงแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหารวม 39 ราย (สัญชาติไทย 30 ราย, จีน 8 ราย, เมียนมา 1 ราย) ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยเข้าตรวจค้นจับกุมรวม 27 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, เชียงราย, สมุทรปราการ, สระบุรี, สิงห์บุรี, นครปฐม, ชลบุรี, กาฬสินธุ์, นราธิวาส และระนอง
โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศตฉอ.ตร. กล่าวถึงพฤติการณ์ของเครือข่ายหลอกลงทุนออนไลน์ โดยสืบเนื่องจากศูนย์ ACSC ได้ตรวจสอบชาวต่างชาติที่ได้รับวีซ่า Thailand Privilege พบว่าบัญชีธนาคารชาวจีนผู้ถือวีซ่าดังกล่าว รับโอนเงินมาจากกลุ่มคนร้าย จึงมอบหมายให้ บก.ป. ขยายผล โดยคดีนี้ผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านเฟซบุ๊กให้เทรดหุ้นลักษณะ Block Trade ผ่านเว็บไซต์ eto-th.com และแอปพลิเคชัน ETO TH โดยมีผู้ใช้อ้างตัวเป็นแอดมินและอาจารย์ชวนลงทุน เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคลของคนร้าย 13 บัญชีแล้ว ไม่สามารถถอนเงินออกได้ เสียหายรวมกว่า 26.51 ล้านบาท จากการสืบสวนพบขบวนการฟอกเงินยักย้ายถ่ายเทเงินผ่านหลายช่องทาง ทั้งการถอนเงินสด, โพยก๊วน, ชำระผ่านระบบ Payment Gateway และแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล USDT โอนเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลชนิดไม่ระบุตัวตน (Non-Custodial Wallet) เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ 71 ราย และเปิดปฏิบัติการจับกุมได้ 39 ราย พร้อมยึดทรัพย์สิน อาทิ อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์หรู เงินสด สินทรัพย์ดิจิทัล และของมีค่า รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพบางราย โดยผู้ต้องหาชาวจีนบางรายรับว่าทำหน้าที่ฟอกเงินให้หัวหน้าขบวนการระดับหุ้นส่วนศูนย์สแกมเมอร์ในปอยเปต







