"เอกนิติ" เปิดยุทธศาสตร์ "ธนู 3 ดอก" พลิกเศรษฐกิจไทยปี69 ฝ่ามรสุมโลกเดือด
รีเซ็ตประเทศไทย! "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" กางแผน "ธนู 3 ดอก" กู้เศรษฐกิจไทยปี 2569 พร้อมชูอาวุธลับ AI - พลังงานสะอาด ดันไทยนั่งฐานผลิตโลก
KEY
POINTS
- รีเซ็ตประเทศไทย! "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" กางแผน "ธนู 3 ดอก" กู้เศรษฐกิจไทยปี 2569
- ชูอาวุธลับ AI - พลังงานสะอาด ดันไทยนั่งฐานผลิตโลก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกในงานสัมมนา POSTTODAY THAILAND ECONOMIC DRIVES 2026 ในหัวข้อฝ่ามรสุมปี 2569 ว่า ประเทศไทยฝ่ามรสุมมาโดยตลอดทั้งน้ำท่วม, ภัยแล้ง เรารู้อยู่แล้วว่าไทยมีมรสุมอะไรบ้าง
ในปี 2568 สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ในขณะนั้นเศรษฐกิจไทยเผชิญกับมรสุมหลายด้าน ทั้ง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
ทีมเศรษฐกิจจึงได้ใช้เฟรมเวิร์ก "Quick Big Win Policy" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตัวเลขคาดการณ์ GDP ไตรมาส 4/2568 ในขณะนั้นอาจเหลือเพียง 0.3%
ผลจากการดำเนินนโยบาย เช่น โครงการ "คนละครึ่งพลัส" เน้นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยมีเงินหมุนเวียนในกรุงเทพฯ เพียง 15% ที่เหลือกระจายทั่วประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตามเปรียบเทียบว่านี่เป็นเพียงการนำคนไทยออกจากห้อง ICU แต่ยังต้องทำให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อที่จะวิ่งต่อไปได้ในระยะยาว
3 มรสุมใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเผชิญในปี 2569
ภายในปี 2569 จะมีมรสุมสำคัญ 3 ลูกที่ตั้งเค้าอยู่ ได้แก่
- มรสุม Geopolitics & Geo-economics ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศที่ผสมผสานกับนโยบายเศรษฐกิจ มีการใช้กำแพงภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งสร้างความผันผวนต่อเศรษฐกิจโล
- มรสุมภัยธรรมชาติ ปัญหาโลกร้อนที่นำไปสู่ภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและงบประมาณภาครัฐที่ต้องนำไปเยียวยา
- มรสุมความอ่อนแอภายในประเทศ หนี้ครัวเรือนและโครงสร้างประชากร สังคมผู้สูงอายุทำให้กำลังการบริโภคภาคเอกชนลดลง การขาดการลงทุน ประเทศไทยไม่ได้ลงทุนใหญ่มานานนับตั้งแต่ปี 2540 ทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่สมดุล ต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวมากเกินไปจนเกิดความผันผวนตามเศรษฐกิจโลก
ยุทธศาสตร์ "ธนู 3 ดอก" เพื่อปราบมรสุม
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว คุณเอกนิติได้นำเสนอแนวทาง "Big Wins" ผ่านธนู 3 ดอกที่จะทำงานร่วมกันในช่วง 4 ปีหลังจากนี้ นั่นก็คือ
ดอกที่ 1 คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจสีเขียว
- พลังงานสะอาด มุ่งเน้นการลงทุนใน Green Energy เช่น Solar Farm, Floating Solar และการเปิด PPA ซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง เพื่อเป็นรากฐานของโลกยุคใหม่
- การดึงดูด FDI ใช้ประโยชน์จากความเป็นกลางของไทยท่ามกลางความขัดแย้งโลกเพื่อดึงฐานการผลิตในกลุ่ม Smart Electronics, Smart Agriculture, Food Processing เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง, Wellness และ EV
- ความร่วมมือรัฐ-เอกชน ส่งเสริมโครงการ PPP เพื่อลดการก่อหนี้สาธารณะ และผลักดัน Low Carbon City เช่น สระบุรีโมเดล เพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้ชุมชน
ดอกที่ 2 คือ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์
- Transform การศึกษาด้วยดิจิทัลและAI ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งระบบ ตั้งแต่ชาวบ้านจนถึงนักเรียนและครู
- โครงการ Skill Bridge สร้างสะพานเชื่อมระหว่างการศึกษากับการทำงานจริง โดยให้เอกชนช่วยออกแบบหลักสูตรที่ตรงความต้องการของตลาดงานและรับเข้าทำงานทันที
- Technology Transfer กำหนดเงื่อนไขให้บริษัทที่เข้ามาลงทุน (FDI) ต้องมีการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้คนไทย
ดอกที่ 3 คือ การปฏิรูปกฎหมายเพื่อปลดล็อกการลงทุน
- ปลดล็อกอุปสรรครายวัน แก้ไขปัญหาเรื่องวีซ่าสำหรับแรงงานทักษะสูง (High Skill Labor) ให้ขอได้ง่ายขึ้น และแก้ปัญหากฎหมายที่ดินหรือข้อติดขัดเชิงเทคนิคที่ขวางการตั้งโรงงาน
- Omnibus Law (กฎหมายรวบยอด) เสนอให้ออกกฎหมายที่รวบรวมขั้นตอนการอนุมัติการลงทุนจากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิด Fast Track ในการทำธุรกิจ ลดระยะเวลาการพิจารณาจากปีเหลือเพียงไม่กี่เดือน
อย่างไรก็ดี ตนเชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันใช้ธนูทั้ง 3 ดอกนี้ จะสามารถเปลี่ยนประเทศไทยจาก "คนป่วยแห่งเอเชีย" ให้กลับมาเป็น "คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย" ได้ภายในระยะเวลา 4 ปี


