posttoday

ธปท.เตรียมคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน-จัดระเบียบค่าธรรมเนียมแบงก์

24 กุมภาพันธ์ 2569

“วิทัย” ชี้เศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ เดินหน้า “มาตรการเฉพาะจุด” ลุยแก้หนี้ -คุมธุรกรรมทองคำ เตรียมออกเกณฑ์คุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท จัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคาร

KEY

POINTS

  • “วิทัย รัตนากร” ชี้เศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ ธปท. เดินหน้า “มาตรการเฉพาะจุด” ลุยแก้หนี้ NPL-คุมธุรกรรมทองคำ
  • เตรียมออกเกณฑ์คุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท กลางเดือนหน้า 
  • พร้อมเล็งจัดระเบียบค่าธรรมเนียมแบงก์ 10-15 รายการ ให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับต้นทุนจริง

วิทัย รัตนากร​​ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Thailand Economic Drive 2026 จัดโดย โพสต์ทูเดย์ หัวข้อ "ไทยมองไทย" ว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันติดอยู่ในวงจรการเติบโตต่ำ ซึ่งหากไม่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเทศจะวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมไปอีกหลายปี โดยมีปัจจัยมาจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 86-87% ของ GDP และที่น่ากังวลคือคุณภาพหนี้ NPL ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงสินเชื่อ SME ที่ติดลบต่อเนื่องมาถึง 14 ไตรมาส 

 

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีปัจจัยบวกจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มียอดขอรับการส่งเสริมสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทในกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (Advance Economy) และภาคการท่องเที่ยวที่ยังเป็นเสาหลักประคองเศรษฐกิจ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะยังไม่เท่าเดิมแต่ในเชิงมูลค่ายังอยู่ในระดับที่ดี

 

ธปท.ต้องใช้ “มาตรการเฉพาะจุด”

วิทัยย้ำว่า นโยบายอัตราดอกเบี้ยเพียงเครื่องมือเดียว ไม่สามารถแก้โจทย์ผลิตภาพ (Productivity) หรือยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ ธปท.จึงปรับบทบาทเชิงรุกมากขึ้น โดยเดินหน้า “มาตรการเฉพาะจุด” (Targeted Measures) ควบคู่กับการดำเนินนโยบายการเงิน

 

ซึ่งในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ได้ขับเคลื่อน และเตรียมการ 4 แนวทางหลัก หนึ่งในนั้นคือการแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อยผ่านกลไก “National AMC”

 

ธปท.เตรียมคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน-จัดระเบียบค่าธรรมเนียมแบงก์

แก้หนี้ NPL 

วิทัย กล่าวต่อว่า ธปท.ได้โอนสินทรัพย์ NPL มูลค่าต่ำกว่า 100,000 บาท จากธนาคารพาณิชย์รวมประมาณ 1.1 ล้านบัญชี ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เพื่อทำหน้าที่เป็น “National AMC” แนวทางใหม่ของโครงการนี้ คือ “ไม่เน้นกำไร เน้นช่วยคน” เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยที่มีภาระหนี้ไม่สูง สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

 

ความคืบหน้าการดำเนินงานตอนนี้ มีการโอนสินทรัพย์แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ระบบติดตามหนี้และบริหารจัดการระยะที่ 1 พัฒนาเสร็จต้นเดือนกุมภาพันธ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเชิญชวนลูกหนี้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งกำหนดกรอบเวลาดำเนินงาน 2 ปี คาดว่าจะสามารถช่วยลูกหนี้ได้ประมาณ 30–50% ของจำนวนบัญชีทั้งหมด หรือคิดเป็นประชาชนราว 300,000–500,000 คน

 

วิทัยระบุด้วยว่า โครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น อนาคตจะมีมาตรการระยะต่อไปตามมาอีกหลายชุด ผ่านความร่วมมือระหว่างแบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง ธนาคารพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ

ธปท.เตรียมคุมถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน-จัดระเบียบค่าธรรมเนียมแบงก์

 

คุมเข้มธุรกรรมทองคำ

นอกจากนี้ ธปท.ได้เข้ามา กำกับดูแลการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชันเป็นครั้งแรก เนื่องจากธุรกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท อย่างในช่วงที่ราคาทองคำสูงขึ้น ประชาชนจะขายทองผ่านแอปฯ ทำให้ร้านทองได้รับดอลลาร์ และเมื่อร้านทองนำดอลลาร์มาแลกเป็นเงินบาทในปริมาณมากพร้อมกัน จะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

โดยกำหนดให้การซื้อขายทองคำเกิน 20 ล้านบาทต่อวัน ต้องรายงานข้อมูลมายัง ธปท.รวมถึงกำหนดเพดานการซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันต่อราย หากเกินต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และอาจพิจารณาลดเพดานเหลือ 20 ล้านบาทในอนาคต

 

นอกจากนี้ยังสั่งให้ธนาคารรายงานสถานะการถือครองทองคำในระบบแอปพลิเคชันทั้งหมด ทำให้ ธปท.เห็นข้อมูลสต็อกทองคำรายบุคคลครบถ้วน หากมีการเบิกทองคำจริงเกิน 2 กิโลกรัม ต้องรายงานข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการใช้ทองคำเป็นช่องทางซ่อนเงิน

 

เบิก-ฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ต้องมีที่มา 

วิทัย กล่าวว่า ธปท. เตรียมประกาศใช้เกณฑ์การกำกับดูแลการถอนเงินสดจากนี้การเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาท  ซึ่งมาตรการนี้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องสอบถามเหตุผล หรือทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน เพื่อป้องปรามธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม 

 

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่าผู้ประกอบการ SME หรือบุคคลทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดในการทำธุรกิจตามปกติยังสามารถทำได้เพียงแค่แจ้งเหตุผลประกอบ ทั้งนี้ในอนาคตอาจมีการขยายผลไปยังเรื่องการฝากเงินสด และอาจพิจารณาปรับลดเกณฑ์การถอนเงินจาก 5 ล้านบาท ลงเหลือ 3 ล้านบาท ตามการประเมินผลในแต่ละช่วง

 

จัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคาร 

นอกจากมาตรการด้านเงินสดแล้ว ธปท. ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อจัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคารประมาณ 10-15 รายการ ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยกลุ่มเป้าหมายแรกจะครอบคลุม 

  • ค่าธรรมเนียมธุรกรรมพื้นฐาน: เช่น การโอนเงินหรือถอนเงินข้ามเขต, การขอ Statement และค่าธรรมเนียมบัตร ATM 
  • ค่าธรรมเนียมสำหรับ SME: เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการให้สินเชื่อ (Front-end fee) และค่าปรับกรณีการไถ่ถอนเงินกู้ก่อนกำหนด (Prepayment fee) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นกลาง

 

ทั้งนี้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับเกณฑ์ค่าธรรมเนียมใหม่ที่ปรับลดลง ภายใน 2 เดือนข้างหน้า

 

ในระยะยาว วิทัยเน้นย้ำว่าเสถียรภาพและเศรษฐกิจต้องเดินคู่กัน โดยเป้าหมายคือการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (Potential GDP) จากปัจจุบันที่ 2.7% ให้กลับไปสู่ระดับ 3.5% หรือ 4% ผ่านการปรับโครงสร้าง การลงทุนใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน

 

ข่าวล่าสุด

“ปตท.” กางกลยุทธ์สู้ความผันผวน “เศรษฐกิจโลก”