
ค้านใช้นิวเคลียร์ผลิตไฟฟ้า11โรง
โพสต์ทูเดย์
— นักวิชาการค้านแผนพีดีพี 2010 กระหน่ำเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 11 แห่ง ถ่านหินอีก 14 แห่งนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด กรรมการคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 25532573 หรือพีดีพี 2010 เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับแผนพีดีพี 2010 เนื่องจากเร่งรีบทำเกินไป โดยสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ซึ่งได้เพิ่มระยะเวลาดำเนินการของแผนพีดีพีจากเดิม 15 ปี เป็น 20 ปี พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 11 แห่ง และโรงไฟฟ้าถ่านหิน 14 แห่ง ส่งผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึง 6.6 หมื่นเมกะวัตต์ ต้องลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท
ข้อสังเกตที่มีการท้วงติงคือ การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในอัตราที่สูงเกิน เมื่อเทียบกับแผนฉบับปัจจุบันมีกำลังผลิตช่วงปี 25512564 อยู่ที่ 30,155 เมกะวัตต์ ลงทุนประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากเกินไป จากเดิมที่มีเพียง 2 แห่ง แห่งแรกจะเริ่มในปี 2563 แห่งที่ 2 จะเริ่มในปี 2564 รวมทั้งยังเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็น 14 แห่ง กำลังผลิตเฉลี่ยแห่งละ 800 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยเข้าระบบควบคู่ไปกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
นายเดชรัตน์ กล่าวว่า ตามขั้นตอนเดิม จะต้องรอตัวเลขค่าพยากรณ์ไฟฟ้าที่อ้างอิงกับตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ที่มีการจ้างให้ทำ และนำค่าจีดีพีไปพิจารณาจัดทำความต้องการไฟฟ้าจากมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมเสียก่อน
ล่าสุด นิด้าคาดการณ์จีดีพีของไทยตลอดแผนจะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 44.5% ซึ่งทั้งหมดจะได้ข้อสรุปไม่เกินเดือนมี.ค.นี้ แต่การจัดทำแผนพีดีพีครั้งนี้กลับใช้ตัวเลขจีดีพีที่ 4.55%ด้าน นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการส่วนไฟฟ้า สนพ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นตอน ขณะนี้แผนยังไม่เสร็จสมบูรณ์มากนัก อยู่ระหว่างการจัดทำในรายละเอียด โดยส่วนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามแผนจะจำนวนเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะเรือนกระจกได้ดีที่สุดและยังกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงที่ไทยพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงเกินไป
โดยไม่รอผลสรุปก่อน







