
นโยบายทุ่มฉุดศก.
กนง.แนะรัฐบาลใหม่คุยธปท.วางแนวทางการเงิน-การคลัง
กนง.แนะรัฐบาลใหม่คุยธปท.วางแนวทางการเงิน-การคลัง
กนง.ธปท. ยอมรับนโยบายรัฐบาลใหม่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แนะหารือกันในการทำนโยบายการเงินการคลัง เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินนโยบายการคลัง รวมถึงแผนการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ที่แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่แนวโน้มของนโยบายที่ออกมามีผลกระทบต่อแรงกดดันเงินเฟ้อมาก
“ยอมรับว่าแนวนโยบายที่ออกมามีผลต่อเงินเฟ้อ แต่บอกไม่ได้ว่ามีผลมากน้อยแค่ไหน ถึงขั้นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม กนง.วันที่ 13 ก.ค.นี้ขึ้นหรือไม่ ต้องอยู่ที่มติของ กนง.ที่จะหารือร่วมกัน แต่เท่าที่ดูเบื้องต้น ผมยังคิดว่าเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอยู่ แม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไม่น่ามีปัญหา เพราะมีแรงขับเคลื่อนให้โตได้” นายพรายพล กล่าว
นายพรายพล กล่าวว่า ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหาร เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ควรจะมีการประสานงานกันให้ดี ระหว่างการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน ไม่เช่นนั้นประเทศอาจจะเสียหายได้
“ผมว่าควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางนโยบายร่วมกัน ไม่ต้องรอให้ถึงวาระปกติในสิ้นปี ที่จะวางกรอบเงินเฟ้อร่วมกันจึงค่อยคุยกัน เพื่อให้การฟอร์มรัฐบาลใหม่เสร็จปุ๊บ การทำนโยบายจะได้สมดุล เศรษฐกิจจะได้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ” นายพรายพล กล่าว
ทั้งนี้ ในปีนี้ ธปท.และกระทรวงการคลังได้วางกรอบการทำงานร่วมกันว่า จะดูแลเงินเฟ้อพื้นฐานให้อยู่ในระดับ 0.53% ภายใต้อัตราการเติบโตที่ระดับ 44.5% แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน มิ.ย. จะอยู่ที่ 2.55% และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.06%
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในการประชุม กนง. วันที่ 13 ก.ค.นี้ จะนำปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศไปรายงานให้ที่ประชุมรับทราบ เพื่อประกอบการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจยังคงเป็นความไม่แน่นอนในปัญหาหนี้สินในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องดูปัจจัยเงินเฟ้อเป็นสำคัญ เพราะยังทรงตัวในระดับสูง จากการคาดการณ์ราคาอาหาร ราคาน้ำมัน รวมไปถึงการคาดการณ์เงินเฟ้อว่าอาจจะสูงขึ้น จากนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างแรงกดดันให้เงินเฟ้อในอนาคตสูงขึ้น
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย คาดว่า กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เพื่อรักษาดูแลอัตราเงินเฟ้อ และคาดว่าก่อนถึงสิ้นปีน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกครั้ง จนมาอยู่ในระดับ 3.5% ในสิ้นปีนี้







