posttoday
ฝรั่งซื้อบอนด์3.6หมื่นล.

ฝรั่งซื้อบอนด์3.6หมื่นล.

09 กรกฎาคม 2554

เศรษฐกิจโตดีแนวโน้มไหลออกจากสหรัฐ-ยุโรปเข้ามาอีก สวนทางตลาดหุ้น

เศรษฐกิจโตดีแนวโน้มไหลออกจากสหรัฐ-ยุโรปเข้ามาอีก สวนทางตลาดหุ้น

ต่างชาติลุยตราสารหนี้สัปดาห์เดียวซื้อ 3.6 หมื่นล้าน แนวโน้มยังไหลเข้ามากขึ้นสวนทางตลาดหุ้น

นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยถึงการเข้าซื้อตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างประเทศภายหลังประเทศไทยเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ ว่า ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. ต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิ 3.6 หมื่นล้านบาท และแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีเงินทุนต่างชาติก็น่าจะไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้เพิ่มอีกจากการที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังเติบโตดี โดยเฉพาะการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อยังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อในช่วงครึ่งปีหลัง แต่การที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลดลงก็ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออ่อนตัวลงได้บ้าง

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำและประเทศในกลุ่มยุโรปก็ยังมีปัญหาหนี้สิน ซึ่งก็เป็นแรงหนุนอย่างหนึ่งให้เงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

“งวด 6 เดือนแรกของปีต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 5 แสนล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะเงินต่างชาติลงทุนตราสารหนี้อายุมากกว่า 1 ปี วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดถือครองสุทธิรวมในทุกช่วงอายุ 3.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงสิ้นปี 2553”

นอกจากนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการ จัดจำหน่ายตราสารหนี้และดีลเลอร์ พบว่าในปีนี้มูลค่าคงค้างตราสารหนี้จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าสิ้นปีหน้าจะอยู่ที่ 7.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2553

“ประมาณการยอดคงค้างตราสารหนี้ยังไม่ได้นำปัจจัยการเลือกตั้ง และการที่ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มีเสียงมากเข้าไปคำนวณ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับเพิ่มประมาณการได้ในอนาคต”

สำหรับกรณีที่มีการเสนอให้เก็บภาษีเมื่อเดือน ต.ค. 2553 ช่วงที่เห็นทุนไหลเข้าตราสารหนี้อย่างร้อนแรงนั้น ไม่ได้มีผลทำให้การไหลเข้ามาลงทุนของต่างชาติสะดุดลง เพราะผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนจูงใจกว่าภาษีที่จะถูกหัก และหากยังคงมีเงินทุนไหลเข้ารุนแรง และจะนำเรื่องมาตรการภาษีมาสกัดอีกไม่น่าจะเป็นแนวทางการพัฒนาตลาดที่ถูกต้อง

นายบัณฑิต กล่าวว่า ในส่วนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ณ สิ้น มิ.ย. พบว่าอัตราผลตอบแทนระยะสั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น โดยพันธบัตร อายุ 1 เดือน1 ปี เพิ่มขึ้น 0.94-1.19% ขณะที่อายุ 2-13 ปี ปรับขึ้น 94-119%

นายบัณฑิต กล่าวในส่วนของการซื้อขายในตลาดรองนักลงทุนยังเน้นตราสารที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะนักลงทุนยังติดตามแนวโน้มดอกเบี้ยยังสูงขึ้น

สำหรับการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน งวด 6 เดือน อยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท ลดลง 29% จากสิ้นปี 2553 และคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะออกอีก 1.4 แสนล้านบาท และทำให้ทั้งปี เอกชนจะออกหุ้นกู้ 2.5 แสนล้านบาท ลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะออก 2.8-3 แสนล้านบาท เพราะได้เร่งออกไปเมื่อปีที่ผ่านมา กลัวดอกเบี้ยสูงขึ้น

สำหรับธุรกิจที่ออกหุ้นกู้มากสุดคือ พลังงานและอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพัฒนาตลาดตราสารหนี้ เพื่อดึงดูดให้เอกชนระดมหุ้นกู้มากขึ้น โดยจะนำสิทธิภาษีมาจูงใจและเพื่อให้ตลาดตราสารหนี้เป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญของประเทศ

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันเม็ดเงินต่างชาติยังเหลืออยู่ในไทยอีก 7 หมื่นล้านบาท นับจากปีก่อนต่างชาติซื้อสุทธิมาก 8.1 หมื่นล้านบาท และเริ่มมีการซื้อขายสุทธิมาตลอด แต่คาดว่าช่วงที่เหลือของปีนี้เม็ดเงินต่างชาติมีโอกาสที่จะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยยาก เนื่องจากปัจจัยภายนอกมีความเสี่ยงผันผวน ทั้งจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทั้งยุโรปและสหรัฐรวมทั้งมาตร การการช่วยชะลอเศรษฐกิจของจีนเริ่มเห็นผลเร็วกว่าที่คาด ซึ่งอาจส่งผลให้ใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง และลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงลง รวมทั้งการส่งออกของไทย

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่