คุณตาวัย85บูชารักแท้..เข็นรถเมียที่ตายไปแล้วทุกวัน
แม้รถเข็นจะไร้ร่างของคุณยายที่พลัดพลากจากคุณตาไปสู่สวรรค์แล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่คุณตาก็ยังพยายามเข็นรถเข็นดังกล่าวมาด้วยทุกวัน
แม้รถเข็นจะไร้ร่างของคุณยายที่พลัดพลากจากคุณตาไปสู่สวรรค์แล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่คุณตาก็ยังพยายามเข็นรถเข็นดังกล่าวมาด้วยทุกวัน
โดย..สุนทร พงษ์เผ่า
ชาวพระนครศรีอยุธยา และ นักเรียนนักศึกษา ต่างคุ้นเคยภาพของสองตายายวัยกว่า 80 ปี ที่ประคองมาขายของเล็กๆน้อยๆ คือกล้วยปิ้ง มันเผา เพื่อหารายได้เพียงน้อยนิดไปซื้อข้าวกินเพื่อประทังความหิว ที่ตลาดเจ้าพรหม บริเวณหน้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยฝ่ายชายวัย 85 ปี จะเข็นรถเข็นที่ฝ่ายยายวัยกว่า 80 ปี ซึ่งพิการท่อนล่างเพราะขาทั้ง 2 ข้างเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น ซึ่งเป็นเวลา 6 ปีแล้วที่คนทั่วไปจะเห็นตาเข็นรถพายาย มานั่งขายของที่ตลาด อันเป็นภาพชินตาของคนที่สัญจรผ่านไปมา
อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้พบว่าเหลือเพียงรถเข็นที่ไร้ร่างของยายแก่ เพราะยายได้พลัดพลากจากตาไปสู่สวรรค์แล้วเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่คุณตาวัยใกล้ฝั่งก็ยังพยายามเข็นรถเข็นดังกล่าวมาด้วยทุกวัน ทำเสมือนกับว่ายายยังมีชีวิตอยู่ และ นำรถเข็นดังกล่าวมาตั้งข้างรถเข็นกล้วยปิ้งทุกวัน
คุณตาจรูญ แสงอินทร์ เล่าว่า ยายทวน อายุกว่า 80 ปี เป็นเมียของคุณตาเอง ปัจจุบันตายไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว สาเหตุเพราะชราภาพ โดยเมื่อ 6 ปีที่แล้วยายทวน ได้ล้มป่วยเส้นในโลหิตในสองแตก และร่างกายท่องล่างเคลื่อนไหวไม่ได้ ตนเองที่เป็นคู่ชีวิตก็ดูแลกันมาตลอด
โดยนำยายนั่งรถเข็นมาช่วยขายของที่หน้าตลาดทุกวัน เพราะเราทั้งคู่ไม่มีลูกไม่มีหลาน และเช่าห้องเช่าเล็ก ๆ หลังตลาด ราคา 1,500 บาท/เดือน จึงต้องนำยายออกมาขายของด้วย เพื่อไม่ต้องนอนซมอยู่แต่ในห้องเช่าแคบๆที่แสนจะร้อน และก็เป็นภาพที่คนเดินตลาดทั่วไปเคยชินที่เห็นภาพตนเองและยายกล้วยปิ้ง
คุณตาจรูญ เล่าว่า ไม่รู้จักวันวาเลนไทด์ ว่ามีความหมายหรือที่มาที่ไปอย่างไรเพราะเป็นวันของพวกฝรั่ง แต่ก็พอทราบว่าเป็นวันแห่งความรักเท่านั้น สำหรับตนเองไม่มีวันแห่งความรัก เพราะทุกวินาที ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน ทุกปี และทั้งชาติ ตนเองรักยายตลอดที่ตนเองยังมีลมหายใจ
ด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงวันคืนอันมีความสุขในอดีต คุณตาจรูญ เล่าถึงความหวานในอดีตว่า เดิมเป็นคน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี พอเป็นหนุ่มมีรักแรกของชีวิต ก็รักกับ ยายทวน สาวบ้านเดี่ยวกันที่อ่อนกว่า 2-3 ปี และถือเป็นรักแรกรักเดียวของคนทั้งคู่ ในช่วงเริ่มรักกันใหม่ เวลาไปเที่ยวงานวัดที่ไหน
โดยเฉพาะไปกราบไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ ก็จะสาบานรัก ว่าจะรักกันชั่วชีวิตและรักกันทุกชาติไป ต่อมาเมื่อไปทำบุญที่ไหน วัดไหนของประเทศก็จะสาบานรักแบบนี้ทุกครั้ง
จนกระทั่งหลังบวชพระแล้ว ก็ไปสู่ขอแต่งงานตามประเพณี ด้วยเงินสู่ขอ 1,000 บาท และใช้ชีวิตคู่กันมาตลอดจนวันสิ้นลมหายใจของเมียรัก ที่สำคัญพวกตนเองไม่เคยห่างกันเลยตลอดเวลาที่ครองคู่ร่วมกันมานานกว่า 60 ปี กินด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ไปไหนมาไหนก็ไปด้วยกัน ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดี่ยว และเข้าอกเข้าใจกัน ในหลักของความรักอธิบายไม่ได้ รู้แต่ว่าเข้าอกเข้าใจกัน และไม่เคยใช้อารมณ์ในชีวิตคู่ ถึงแม้จะยากจนแทบไม่มีกิน แต่พวกเราก็ไม่เคยใช้อารมณ์เข้าใส่กัน
เมื่อแต่งงานกันใหม่ก็มาค้าขายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และพบว่าเราสองคนไม่มีลูก ช่วงที่อายุกว่า 35 ปี ยายสมัยนั้นก็แน่ใจว่าไม่มีลูกกันแน่นอน ยายก็บอกว่าให้ตนเองไปหาเมียใหม่ได้ เพื่อจะได้มีลูกเพื่อเลี้ยงยามแก่เฒ่า แต่ตนเองบอกยายไปว่า ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร เพราะมียายเป็นเมียแล้ว ถือว่าดีที่สุดในชีวิตแล้ว ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร
ทุกวันนี้บอกตามตรง คิดถึงยายมาก 2 เดือนที่ผ่านมา ทรมารใจมาก เพราะไม่เคยที่จะไม่มียายอยู่ข้างกาย ความจริงก็อยากตาย แต่ไม่กล้าที่จะฆ่าตัวตายเพราะเป็นบาป ทางแก้ไขก็คือพกรูปยายติดตัวทุกวันและนำรถเข็นของยายที่เคยใช้มาด้วยทุกวัน ก็ผ่อนควายความเหงาลงได้ เพราะเชื่อว่ายายยังอยู่ใกล้ ๆๆ


