posttoday
Dim Sum Bond พันธบัตรที่น่าชิมลิ้มลอง

Dim Sum Bond พันธบัตรที่น่าชิมลิ้มลอง

04 กรกฎาคม 2554

ในด้านการเงินระหว่างประเทศ จะเรียกพันธบัตรหรือหุ้นกู้พันธบัตรในชื่อเล่นเพื่อให้จดจำได้ง่าย

ในด้านการเงินระหว่างประเทศ จะเรียกพันธบัตรหรือหุ้นกู้พันธบัตรในชื่อเล่นเพื่อให้จดจำได้ง่าย

โดย..ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

เช่น พันธบัตรซามูไร (Samurai Bond) หมายถึงพันธบัตรที่ออกในญี่ปุ่น โดยบริษัทต่างประเทศในสกุลเงินเยน ซึ่งการที่บริษัทต่างชาติสนใจออกพันธบัตรในสกุลเงินเยน ก็เพื่อลดความเสี่ยงกรณีที่มีรายได้ในอนาคตเป็นสกุลเงินเยน หรือเพื่อนำเงินไปลงทุนในญี่ปุ่น ซึ่งผลตอบแทนจะกลับคืนมาเป็นเงินเยน จึงต้องการจ่ายหนี้เป็นสกุลเงินเยน เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

พันธบัตรโชกุน (Shogun Bond) หรือเรียกว่าพันธบัตรเกอิชา (Geisha Bond) หมายถึงพันธบัตรของบริษัทต่างประเทศที่ออกในญี่ปุ่นในสกุลเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่เงินเยน ส่วนพันธบัตรจิงโจ้ (Kangaroo Bond) เป็นพันธบัตรออกที่ออสเตรเลีย โดยบริษัทต่างชาติในสกุลเงินเหรียญออสเตรเลีย

พันธบัตรสุนัขพันธุ์บูลด็อก (Bulldog Bond) หมายถึงพันธบัตรที่ออกในสหราชอาณาจักรโดยบริษัทต่างชาติ ในสกุลเงินปอนด์ พันธบัตรแยงกี (Yankee Bond) หมายถึงพันธบัตรออกที่สหรัฐโดยบริษัทต่างชาติสกุลเงินเหรียญสหรัฐ พันธบัตรมังกร (Dragon Bond) ออกในทวีปเอเชียสกุลเงินเหรียญสหรัฐ

สำหรับการออกพันธบัตรเป็นสกุลเงินหยวนของจีนนั้น เดิมมีเฉพาะพันธบัตรหมีแพนด้า (Panda Bond) หมายถึงพันธบัตรในสกุลเงินหยวนที่ออกโดยบริษัทต่างชาติในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการระดมทุนในรูปพันธบัตร Panda Bond อย่างจำกัด เนื่องจากกฎระเบียบยุ่งยาก เช่น ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีของจีน จะต้องจัดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรโดยบริษัทจัดอันดับของจีน ต้องจัดทำเอกสารภาษาจีน ยุ่งยากในการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างประเทศ ฯลฯ อีกทั้งเป็นการลงทุนโดยนักลงทุนจีนเป็นส่วนใหญ่ มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนเป็นหลัก มีสภาพคล่องต่ำ ทำให้ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายห่างกันมาก ดังนั้น ผู้ออกพันธบัตรต้องเสนออัตราดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อเป็นการชดเชย

ปัจจุบันรัฐบาลจีนผ่อนคลายการใช้เงินหยวนในการค้าและการเงินระหว่างประเทศตามลำดับ กล่าวคือ เมื่อเดือน ธ.ค. 2546 อนุญาตให้ธนาคารในฮ่องกงรับฝากเงินในสกุลหยวน ซึ่งจำนวนเงินฝากได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบบังคับให้ธนาคารในฮ่องกงต้องแสวงหาวิธีการนำเงินหยวนเหล่านี้ไปแสวงหาผลประโยชน์

ต่อมาในเดือน ธ.ค. 2551 ทางการจีนได้ผ่อนคลายให้บริษัทต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีนมากระดับหนึ่ง สามารถออกพันธบัตรสกุลเงินหยวนในฮ่องกงได้ และล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ. 2554 ได้ผ่อนกฎระเบียบอีกครั้ง โดยกำหนดว่าสถาบันใดๆ ก็ตาม สามารถออกพันธบัตรเงินหยวนในฮ่องกงได้ แต่ต้องไม่นำเงินที่ระดมได้นั้นกลับไปยังประเทศจีน

จากการผ่อนคลายข้างต้น ฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินของทวีปเอเชีย จึงได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ คือ พันธบัตรเงินหยวนของจีนที่ออกในฮ่องกง ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “พันธบัตรติ่มซำ” (Dim Sum Bond) ซึ่งเป็นชื่ออาหารยอดนิยมในฮ่องกงและแพร่หลายทั่วโลก โดยออกพันธบัตร Dim Sum Bond เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. 2550 โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศจีน (China Development Bank)

Dim Sum Bond ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จาก 1.6 หมื่นล้านหยวน ในปี 2552 ก้าวกระโดดเป็น 4.1 หมื่นล้านหยวน ในปี 2553 และในปี 2554 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากถึง 169% เป็น 1.08 แสนล้านหยวน หรือ 5 แสนล้านบาท

ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของพันธบัตร Dim Sum Bond ซึ่งฮ่องกงสามารถปรุงรสให้อร่อย เป็นที่นิยมมากกว่าพันธบัตร Panda Bond มีหลายประการ เป็นต้นว่า

การออกพันธบัตรในฮ่องกงไม่ยุ่งยากจากระเบียบเป็นมาตรฐานสากล เป็นพันธบัตรที่มีสภาพคล่องสูง เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนสถาบัน ทำให้ผู้ออกพันธบัตรสามารถเสนออัตราผลตอบแทนต่ำกว่า และฮ่องกงเป็นประเทศที่นำเข้าส่งออกเงินตราต่างประเทศอย่างเสรี

ปัจจุบันผู้ออก Dim Sum Bond เป็นบริษัทข้ามชาติ เช่น บริษัทแมคโดนัลด์ขายพันธบัตร 200 ล้านหยวน เมื่อเดือน ก.ย. 2553 นับเป็นกิจการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินแห่งแรกที่ขายพันธบัตร Dim Sum Bond ส่วนบริษัท แคทเทอพิล่า ได้ขายพันธบัตร 1,000 ล้านหยวน เมื่อเดือน พ.ย. 2553 ขณะที่บริษัท โฟล์คสวาเกน ได้ประกาศเมื่อกลางเดือน พ.ค. 2554 จะขายพันธบัตร 1,500 ล้านหยวน

การที่ตลาดพันธบัตร Dim Sum Bond เติบโตอย่างรวดเร็วมาก จึงนับเป็นโอกาสหนึ่งสำหรับบริษัทไทยที่จะเข้าไประดมทุน รวมถึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่