posttoday
เกรฮาวด์บุกนอกรับทศวรรษ4

เกรฮาวด์บุกนอกรับทศวรรษ4

04 กรกฎาคม 2554

ชูจุดขายฝีมือแบรนด์คนไทยรับมือแฟชั่นนอกดาหน้าแข่ง

ชูจุดขายฝีมือแบรนด์คนไทยรับมือแฟชั่นนอกดาหน้าแข่ง

เกรฮาวด์ ก้าวสู่ทศวรรษ 4 เร่งเครื่องบุกตลาดต่างประเทศ รับตลาดแฟชั่นระอุ แบรนด์นอกรุกหนักตลาดไทย วาดเป้า3ปีรายได้ต่างประเทศ 25%

นายกฤตินาท อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไปแฟชั่นแบรนด์เกรฮาวด์ (Greyhound) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจแบรนด์แฟชั่นเกรฮาวด์ ที่ขึ้นสู่ทศวรรษที่ 4 ในปีนี้ จะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยใช้จุดเด่นด้านการออกแบบเสื้อผ้าด้วยฝีมือคนไทย และชื่อเสียงของ “เกรฮาวด์” ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่นของคนไทย ที่มีอายุครบรอบ 30 ปีเต็มในปีที่ผ่านมา หลังจากก่อตั้งในปี 2523

สำหรับแผนงานรุกตลาดต่างประเทศในเบื้องต้น จะเริ่มจากการเปิดตลาดกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อนหน้าแบรนด์เกรฮาวด์ได้ทดลองเปิดตลาดแล้วในประเทศเพื่อนบ้าน และมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นเครื่องแต่งกายของแบรนด์เอเชียที่ขยายตัวต่อเนื่อง

“บริษัทมีแผนขยายธุรกิจในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ในต่างประเทศที่สนใจ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม ด้วยคำนึงถึงระบบการขนส่งสินค้าที่รวดเร็วด้วย” นายกฤตินาท กล่าว

ขณะที่แผนการตลาดในประเทศนั้น แบรนด์เกรฮาวด์จะขยายไลน์การออกแบบสินค้าเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ง่ายขึ้น เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่ หรือกลุ่มผู้บริโภคที่เด็กลง จากเดิมกลุ่มเป้าหมายแบรนด์เกรฮาวด์จะเป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้ที่อยู่ในวงการโฆษณา เป็นต้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเกรฮาวด์ได้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ แตกไลน์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “โปรเจค 1.1” จำนวน 2 คอลเลกชัน จับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานที่เน้นแฟชั่นไปพร้อมกัน โดยปัจจุบันแบรนด์เกรฮาวด์วางระดับราคาสินค้าเฉลี่ย 2,500 บาท และมีแบรนด์ต่างๆ ในเครือ อาทิ Playhound เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เด็กลงมาช่วงอายุ 20-28 ปี และ Grey เน้นตลาดส่งออกโดยเฉพาะ ปัจจุบันเปิดให้บริการผ่านช็อป 14 สาขา และยังไม่มีแผนขยายร้านสาขาเพิ่มในขณะนี้

ด้านการขยายตลาดในประเทศไทย เพื่อรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมในประเทศไทย หลังจากพบว่าในช่วงที่ผ่านมาปัญหาอุปสรรคสำคัญ คือ มีสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากต่างประเทศหลายรายรุกเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริโภคไม่ได้มีความจงรักภักดีกับตราสินค้า

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับแผนการทำตลาดที่เน้นกลุ่มผู้ชายมากขึ้น โดยที่ผ่านมาผู้บริโภคกลุ่มนี้มีการจับจ่ายซื้อสินค้ากลุ่มแฟชั่นมากขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมซีอาร์เอ็มผ่านบัตรสมาชิก และกระตุ้นการขายผ่านป๊อป อัพ เซล ไปยังแหล่งต่างๆ เฉลี่ย 1 ครั้งต่อ 2 เดือน

ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้บริษัทแบ่งเป็นกลุ่มค้าปลีกในประเทศ 60% และกลุ่มค้าส่งในประเทศ 40% และมียอดขายจากการส่งออกสัดส่วน 10% ซึ่งจากแผนดังกล่าว บริษัทคาดว่าภายใน 3 ปี จะมีรายได้จากการทำตลาดส่งออกเพิ่มเป็น 2025% โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้กว่า 300 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่