
ไทยยังคอร์รัปชั่นรุนแรง
ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยเดือนมิย.ยังอยู่ในขั้นรุนแรงระดับ 3.4 คะแนน เอกชนเรียกร้องรัฐบาลใหม่ร่วมกันตัดวงจรปัญหา
ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยเดือนมิย.ยังอยู่ในขั้นรุนแรงระดับ 3.4 คะแนน เอกชนเรียกร้องรัฐบาลใหม่ร่วมกันตัดวงจรปัญหา
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานาภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยประจำเดือนมิ.ย. 2554 จากกลุ่มตัวอย่าง ภาคประชาชน ข้าราชการ และนักธุรกิจ 2,133 ตัวอย่างพบว่าในภาพรวมอยู่ที่ระดับ 3.4 คะแนน จาก 10 คะแนน จัดอยู่ในขั้นรุนแรง เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2553 อยู่ที่ 3.5 คะแนน ในขณะที่ดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย ยังอยู่ในภาวะปรับตัวแย่ลง ได้คะแนน3.8 คะแนน เท่านั้น
สำหรับประเด็นที่ใช้ในการสำรวจได้ถามถึง.ความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยส่วนใหญ่ยังมองว่าจะมีปัญหาเพิ่มขึ้น 75% เท่าเดิม 18% และลดลง อยู่ที่ 7 % ส่วนการคาดการณ์ความรุนแรงในปีหน้านั้นยังเห็นว่าปรับเพิ่มขึ้น 49% ปัญหาเท่าเดิม 30% ไม่มีความเห็น 12% และลดลง 9%
ทั้งนี้เมื่อสอบถามถึงประสิทธิภาพในการต่อต้านคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน พบว่า มีประสิทธิภาพปานกลาง 44 % และไม่มีประสิทธิภาพ 43% โดยมองประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ในการต่อต้านคอร์รัปชั่น เห็นว่า การทำงานของปปช.มีประสิทธิภาพปานกลาง 46% และ ไม่มีประสิทธิภาพ 27%
นายดุสิต กล่าวว่า ต้องการเรียกร้องให้นักการเมืองในรัฐบาลใหม่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมกันตัดวงจรการคอร์รัปชั่น ซึ่งพรรคการเมืองทุกพรรคได้ตอบรับให้คำมั่นสัญญาที่จะลดปัญหาคอร์รัปชั่น หลังได้มีการเดินสายพบปะกับสภาหอการค้าไทยในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาคีเครือข่ายฯได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นจากงบประมาณของภาครัฐได้มากที่สุด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง มาเป็นแนวร่วมในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในครั้งนี้ด้วย พร้อมคาดหวังการจัดทำโครงการครั้งนี้จะเป็นต้นแบบที่ดีในการต่อต้านการทุจริต และมีส่วนสำคัญในการลดความรุนแรงของปัญหาลงในอนาคต
ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้จัดทำผลสำรวจค่าดัชนีคอร์รัปชั่นฯครั้งนี้ กล่าวว่า ในภาพรวมยังถือว่าปัญหาคอร์รัปชั่นยังอยู่ในขั้นรุนแรง ใกล้เคียงกับการสำรวจเมื่อเดือนธ.ค. 2553 ที่ได้มีการสำรวจมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่คาดหวังว่าหลังจากมีการสร้างภาคีเครือข่ายฯและกระแสขขับเคลื่อนขึ้นจะช่วยทำให้ค่าดัชนีคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นบ้าง
"ค่าดัชนีคอร์รัปชั่นฯที่ออกมาจะอยู่ในระดับที่แย่ ซึ่งตัวเลขที่เคยประเมินการณ์ไว้มูลค่าการทุจริตคอร์รัปชั่นยังอยู่ในวงเงิน 2-3 แสนล้านบาท/ปี หรือคิดเป็นสัดส่วน 25-30% ของวงเงินงบประมาณในการจัดซื้อจ้างของภาคครัฐ แต่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของภาครัฐที่จะนำมาใช้กับนโยบายประชานิยมจะมากขึ้นแค่ไหน เพราะมีส่วนทำให้เกิดช่องในการทุจริตได้ โดยคาดว่าถ้ามีการเพิ่มวงเงินในส่วนนี้อีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าการทุจริตอาจสูงถึง 5 แสนล้านบาท/ปี ดังนั้นจะต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ในอนาคต และต้องอาศัยเวลาในการกำจัดปัญหาทุริต อย่างน้อย 10 ปี ถึงจะหมดไปได้"นายธนวรรธน์ กล่าว







