posttoday
เวทีอาเซียนบวก3 เส้นทางวิบากการค้าไทย

เวทีอาเซียนบวก3 เส้นทางวิบากการค้าไทย

29 มิถุนายน 2554

ความพยายามของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยที่จะก้าวไปสู่การเปิดเสรีในระดับภูมิภาค

ความพยายามของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยที่จะก้าวไปสู่การเปิดเสรีในระดับภูมิภาค

หรือเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่มากขึ้นกว่าการเปิดเสรีภายในอาเซียนด้วยกันเอง

กรอบอาเซียนบวก 3 ซึ่งรวมอีก 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ของเอเชีย คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้มากสุดที่การเปิดเสรีภายใต้กรอบดังกล่าวจะเป็นรูปเป็นร่างในเร็ววันนี้

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้วิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันสินค้าไทยภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีของกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 หากข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ไทยจะอยู่ในตำแหน่งไหน ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น หลังจากกำแพงภาษีถูกทำลายลง

อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หากข้อตกลงเปิดเสรีอาเซียนบวก 3 จากการปรับลดภาษีสินค้าเหลือ 0% ทุกประเภทมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้จีดีพีของกลุ่มอาเซียนบวก 3 รวม 13 ประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 1.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันจีดีพีอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

 

เวทีอาเซียนบวก3 เส้นทางวิบากการค้าไทย

จีนถือว่ามีมูลค่าจีดีพีเพิ่มมากสุด หรือเพิ่มขึ้น 4.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.83% ถัดมาญี่ปุ่น 3.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.71% และเกาหลีใต้ 2.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2%

ขณะที่ไทยอยู่อันดับ 6 มูลค่า 1.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.54% รองจากอินโดนีเซียอันดับ 4 จีดีพีเพิ่มขึ้น 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.76% และมาเลเซีย อันดับ 5 จีดีพีเพิ่ม 1.52 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.39%

หันมาดูมูลค่าการส่งออกของกลุ่มจะเพิ่มขึ้นอีก 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจาก 3 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สัดส่วน 80% ที่เหลือเป็นของกลุ่มอาเซียน 20% โดยจีนมีมูลค่าส่งออกเพิ่มมากสุด 4.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14.49% ญี่ปุ่น 4.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.65% และเกาหลีใต้ 2.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 12.47%

ไทยอันดับ 7 มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 4,212 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.69% รองจากอินโดนีเซียอันดับ 4 ส่งออกเพิ่มขึ้น 4,728 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5.41% มาเลเซีย อันดับ 5 ส่งออกเพิ่ม 6,584 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.35% และสิงคโปร์ 4,652 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.68%

สินค้าที่คาดว่าไทยจะแข่งขันได้ยาก หรือมีอัตราขยายตัวน้อยลงจากการเปิดเสรีครั้งนี้ คือ ข้าวสาร สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก โดยเฉพาะข้าวสาร ปัจจุบันไทยส่งออกขยายตัว 45% แต่เมื่อเปิดเสรีจะขยายตัวเหลือแค่ 26.48% ต่ำกว่าคู่แข่งส่งออกข้าวจากเวียดนาม ที่ปัจจุบันส่งออกข้าวไปประเทศอาเซียนบวก 3 ขยายตัว 25% จะเพิ่มขึ้นเป็น 33.68% หลังเปิดเสรี

สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม พบว่าหากเปิดเสรีไทยจะส่งออกเพิ่มขึ้นแค่ 1.57% แพ้เวียดนามที่จะขยายตัวถึง 28.5% ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและถ่านหิน ไทยส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.33% แพ้อินโดนีเซียจะขยายตัว 8.28% เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ไทยส่งออกขยายตัว 6.9% แพ้มาเลเซียขยายตัว 14.38% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ไทยส่งออกขยายตัว 4.89% แพ้สิงคโปร์เพิ่มขึ้น 5.82%

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีสินค้าที่ไทยมีศักยภาพแข่งขันได้ดีกว่าประเทศคู่แข่ง คือ ผักผลไม้ ส่งออกจะขยายตัว 7.88% ชนะคู่แข่งอย่างฟิลิปปินส์ที่ขยายตัวเพียง 4.25%

สินค้าน้ำตาล ไทยจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น 15.59% ชนะมาเลเซียเพิ่ม 12.41% ยางพารา ไทยส่งออกขยายตัว 27.21% ชนะมาเลเซียขยายตัว 17.78% และยานยนต์และชิ้นส่วนและอุปกรณ์ขนส่ง ไทยส่งออกขยายตัว 6.36% ชนะสิงคโปร์ขยายตัว 5.17%

ด้านการนำเข้า จีนยังคงเป็นประเทศที่นำเข้าเพิ่มมากที่สุดเช่นกัน โดยนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.53% รองลงมาคือ ญี่ปุ่น นำเข้า 1.37 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.85% และเกาหลีใต้ นำเข้าเพิ่ม 1.27 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.1%

ไทยนำเข้าเพิ่มเป็นอันดับ 7 ของกลุ่ม มูลค่า 3,664 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.52% รองจากสิงคโปร์ นำเข้าเป็นอันดับ 4 มูลค่า 4,695 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.29% มาเลเซียอันดับ 5 มูลค่า 4,152 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.36% และอินโดนีเซียอันดับ 6 มูลค่า 3,998 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 4.75%

อัทธ์ กล่าวว่า จากผลศึกษาดังกล่าวพบว่า ประโยชน์จากการรวมกลุ่มอาเซียนบวก 3 จะตกอยู่กับจีนมากสุด แต่ถ้าเปรียบเทียบเฉพาะในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน พบว่า ภาพ รวมของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ได้รับประโยชน์ไม่แตกต่างกันมาก แต่อาจได้ประโยชน์ในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลและผู้ประกอบการจะต้องเร่งเพิ่มศักยภาพในกลุ่มสินค้าที่ไทยยังเป็นรองประเทศคู่แข่งอยู่ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวมากที่สุด

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่