posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

17 มิถุนายน 2554

ความเป็นจริงศก.สหรัฐตอน 1

ความเป็นจริงศก.สหรัฐตอน 1

โดย..สุรศักดิ์ ธรรมโม

ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์การลงทุนชั้นนำของโลก กำลังจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอย่างตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง

วิวาทะสำคัญ คือ การชะลอลงของดัชนีชี้นำเศรษฐกิจทั่วโลกปัจจุบันนี้เป็นผลจากปัจจัยใดกันแน่ ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ โดยกลุ่มที่ 1 เชื่อว่าการชะลอของเศรษฐกิจนี้น่าจะส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโลกให้ชะลอลงมากตาม เพราะเศรษฐกิจสหรัฐประสบปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาความไม่สมดุลของระบบเศรษฐกิจโลกยังไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่กลุ่มที่ 2 เห็นว่ามาจากปัจจัยชั่วคราว เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันการบริโภคให้ลดลงทั่วโลก และในที่สุดราคาน้ำมันจะลดลงเอง แต่ราคาลงเพราะเหตุใด อย่างไร กลับไม่มีนักวิเคราะห์ที่เชื่อมั่นในข้อนี้บอกเหตุผลไว้ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่ญี่ปุ่นนั้นมีส่วนกระทบต่อการผลิตทั่วโลกให้ชะงัก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ จะกลับสู่ภาวะปกติในครึ่งปีหลัง

ส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์ชั้นนำของโลกเชื่อมั่นในกลุ่มที่ 2 แต่ก็นั่นแหละเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 ออกมาและเป็นไปในทางลบ นักวิเคราะห์ค่ายนี้อาจจะเปลี่ยนมุมมองได้ ตามที่ปรมาจารย์เศรษฐศาสตร์ ลอร์ดเคนส์ ได้เคยกล่าวไว้ When the facts change, I change my mind. What do you do, Sir.

ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอลง แต่การชะลอลงของเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกต้องชะลอตัวลงมาก อย่างแย่ผลคือ เศรษฐกิจโลกจากที่ขยายตัวในระดับ 4% ต่อปี อาจจะเหลือประมาณ 33.5% แต่คงไม่ต่ำกว่า 3% เพราะเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่โดยเฉพาะเอเชียนั้นขยายตัวแข็งแกร่งมาก และน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลบล้างผลลบระดับหนึ่งของการชะลอตัวเศรษฐกิจสหรัฐ

ซึ่งมุมมองของผมอันนี้แตกต่างจากนักวิเคราะห์ในกลุ่มที่ 1 ที่เชื่อว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐหรือการกลับมาถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐจะนำพาเศรษฐกิจโลกให้ทรุดลงมาก เพราะผมไม่เห็นว่าการชะลอของเศรษฐกิจสหรัฐจะสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจโลกให้กลับมาทรุดตัวลงในระดับที่มากอีกครั้ง คือขยายตัวต่ำกว่า 3% ต่อปี อย่างแย่คือการชะลอลงระดับหนึ่งตามระบุในข้างต้น เพราะปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปแล้ว กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาแม้จะมีสัดส่วนต่อจีดีพีโลกที่น้อยกว่า G3 อันประกอบไปด้วย สหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป แต่ประเทศกำลังพัฒนามีการขยายตัวทางจีดีพีที่สูง และเริ่มเป็นอิสระไม่ขึ้นกับกลุ่มประเทศ G3

ผมไม่เห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ค่ายที่ 2 ที่เชื่อว่าตลาดหุ้นในเกือบทุกประเทศหลังวิกฤต กำลังอยู่ในภาวะขาขึ้นยาวนาน (Super Cycle) เพราะมองแนวโน้มในแง่การฟื้นตัวดีมาก จนไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งในที่สุดจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกให้ชะลอลงระดับหนึ่ง และส่งผลให้รายได้ของบริษัทตะวันตกจำนวนมากซึ่งมีแหล่งรายได้ในประเทศของตนจะลดลงตาม และต่อเนื่องด้วยการปรับฐานของราคาหุ้นซึ่งจะต้องปรับตามแนวโน้มรายได้/กำไรที่ลดง ซึ่งผมคาดว่าการปรับฐานน่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป การประเมินแนวโน้มอาจจะต้องพิจารณารายภูมิภาคและรายบริษัท มิใช่มองในภาพรวมว่าหลังวิกฤตหุ้นจะต้องอยู่ในขาขึ้นเหมือนๆ กันหมด

ทำไมผมถึงเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังจะชะลอตัว คำอธิบายที่ดีมากล่าสุดของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ศ.ลอเรนซ์ ซัมเมอร์ส (Prof. Lawrence Summers) อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดีโอบามาและอดีตรัฐมนตรีคลัง รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เขียนบทความใน Financial Times เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2554 ในชื่อว่า How to avoid our own last decade ดังสรุปดังนี้

1) ศ.ซัมเมอร์ส มีมุมมองที่แย่ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยระบุว่า แม้ว่าสหรัฐจะดำเนินมาตรการต่างๆ จนสามารถป้องกันไม่ให้ระบบการเงินพังทลายได้สำเร็จ แต่สหรัฐกำลังอยู่ในครึ่งทางในก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สาบสูญทางเศรษฐกิจ โดยปกติแล้วเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวหลังวิกฤตด้วยอัตราการขยายตัวของจีดีพีอย่างแข็งแกร่ง โดยควรจะอยู่ที่ประมาณ 6% หรือสูงกว่า แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจสหรัฐปัจจุบันในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวต่ำกว่า 1% เหมือนญี่ปุ่นหลังฟองสบู่แตกในทศวรรษ 90 ขณะนี้สหรัฐมีคนว่างงานมากกว่า 10 ล้านคน สัดส่วนแรงงานมีงานทำต่อจำนวนแรงงานทั้งหมดลดลงจาก 63.1% เป็น 58.4%

2) ศ.ซัมเมอร์ส ประเมินว่าปัญหาของเศรษฐกิจสหรัฐเกิดจากการขาดอุปสงค์ โดยเฉพาะการขาดอุปสงค์จากภาคธุรกิจในการจ้างงาน ดังจะเห็นจากความโน้มเอียงที่แรงงานจะลาออก รวมทั้งตำแหน่งงานใหม่อยู่ใกล้เคียงกับระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มขึ้นของการว่างงานเกิดขึ้นในประชากรทุกกลุ่มอายุ และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นมากสวนทางกับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำ บ่งชี้ว่านายจ้างกำลังมีอำนาจต่อรองที่สูงมากในทุกตลาด

หมายเหตุ : โปรดอ่านตอนจบในสัปดาห์หน้า
 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่