
อึ้งธปท.ขาดทุนยับปีที่แล้วทะลุแสนล.
ธปท.ขาดทุนยับเยิน 1.17 แสนล้าน หลังโดดเข้าแทรกแซง ค่าเงินบาทอย่างหนัก
ธปท.ขาดทุนยับเยิน 1.17 แสนล้าน หลังโดดเข้าแทรกแซง ค่าเงินบาทอย่างหนัก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานงบการเงินปี 2553 ซึ่งเป็นงบของฝ่ายกิจการ ธปท. ไม่เกี่ยวข้องกับทุนสำรองเงินตรา กิจการธนบัตร และกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พบว่ามีผลขาดทุนสุทธิสูงมากจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไปสุทธิ 1 แสนล้านบาท
งบดุลของ ธปท.มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 3,769,001 ล้านบาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 4,200,830 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินทุนติดลบทั้งสิ้น 431,828 ล้านบาท
งบกำไรขาดทุนของ ธปท. ระบุรายรับรายจ่ายและผลขาดทุนว่า มีรายได้ทั้งสิ้น 53,895 ล้านบาท เป็นรายได้จากดอกเบี้ยรับ 42,598 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 585 ล้านบาท รายได้จากแหล่งอื่นๆ 10,711 ล้านบาท
ธปท.มีรายจ่ายทั้งสิ้น 171,368 ล้านบาท เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย 62,709 ล้านบาท รายจ่ายที่เกิดจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ 103,805 ล้านบาท รายจ่ายการพนักงาน 3,510 ล้านบาท รายจ่ายอื่นๆ 1,343 ล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2553 ธปท.มีผลขาดทุนจากการดำเนินการทั้งสิ้น 21,249 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิทั้งสิ้น 117,473 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 2553 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 11% ขณะที่เงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นมากกว่า 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกันการออกพันธบัตร ธปท.เพิ่มขึ้นเพื่อดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ และการซื้อเงินเหรียญสหรัฐสะสมของ ธปท.เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของต่างประเทศ ทำให้ต้องนำทุนสำรองทางการไปลงทุน ทำให้ขาดทุนจากดอกเบี้ยรับที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยจ่าย 20,110 ล้านบาท
งบการเงินของ ธปท. ระบุด้วยว่า งบการเงินในปี 2553 ธปท.มียอดขาดทุนสะสมคงค้างทั้งสิ้น 82,096 ล้านบาท เมื่อรวมยอดขาดทุนสุทธิใหม่ 117,473 ล้านบาท ยอดขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 199,569 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การขาดทุนของ ธปท.ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมานั้น เพราะเข้าไปแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไปจนกระทบต่อภาคการส่งออก







