posttoday
ซีไอเอ็มบีเล็งจับ‘รายย่อย’หากำไรเพิ่ม

ซีไอเอ็มบีเล็งจับ‘รายย่อย’หากำไรเพิ่ม

13 มิถุนายน 2554

“ซีไอเอ็มบีไทย” เล็งจับรายย่อยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้สูงกว่า 20% ใน 5 ปี

“ซีไอเอ็มบีไทย” เล็งจับรายย่อยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้สูงกว่า 20% ใน 5 ปี

น.ส.ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมในกลุ่มลูกค้ารายย่อยให้สูงกว่า 20% ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อรองรับการแข่งขันระดมเงินฝากเพื่อรองรับผลกระทบจากการลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชีในปี 2555 และการแข่งขันด้านสินเชื่อที่รุนแรง ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากดอกเบี้ยมีสัดส่วนที่ลดลง

ปัจจัยที่น่ากังวลขณะนี้คือ หลักเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ที่ห้ามไม่ให้ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ชี้ช่องหรือจัดการให้มีการทำสัญญาประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ และยังกำหนดให้พนักงานขายต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจ

สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 แสนราย จากปัจจุบันที่ 5.5 แสนราย โดยจะใช้แคมเปญเงินฝากดอกเบี้ยสูงระยะสั้นถึงกลางเป็นตัวดึงลูกค้า ในเร็วๆ นี้ธนาคารจะออกแคมเปญเงินฝากดอกเบี้ย 4% อายุ 8 เดือน นอกจากนี้อาจมีการปรับลดวงเงินฝากขั้นต่ำให้ต่ำลงกว่าเดิมด้วย คาดว่ายอดเงินฝากของธนาคารในปีนี้จะเติบโตขึ้น 1.5 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่ากังวลขณะนี้คือ หลักเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ที่ห้ามไม่ให้ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ชี้ช่องหรือจัดการให้มีการทำสัญญาประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ และยังกำหนดให้พนักงานขายต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจดังกล่าว


“ปัจจุบันรายได้จากค่าธรรมเนียมของเรายังน้อยมากเพราะเรามีฐานลูกค้าเงินฝากค่อนข้างน้อย สำหรับเป้าการเพิ่มฐานลูกค้าในปีนี้จริงๆแล้วทำไม่ยาก แต่สิ่งที่เราต้องการคือความภักดีต่อแบรนด์ด้วย โดยนอกจาก การขยายลูกค้าเงินฝากแล้วเราจะเจาะกลุ่มลูกค้าสินเชื่อและแบงก์แอสชัวรันส์ ซึ่งเพื่อขยายรายได้จากค่าธรรมด้วยเช่นกัน” น.ส.ดุษณี กล่าว

ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลในปีนี้เอาไว้ที่ 5 พันล้านบาท ซึ่งจะเร่งยอดสินเชื่อด้วยการขายผ่านโทรศัพท์ ขณะที่ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันด์ตั้งเป้าการเติบโตของยอดเบี้ยรับปีแรกเอาไว้ที่ 1,015 ล้านบาทหรือโตขึ้นถึง 2 เท่าจากปีที่ผ่านมา โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนพันธมิตรในส่วนของธุรกิจประกันชีวิต เพื่อทดแทนโตเกียวมารีน ที่กำลังจะหมดสัญญาในช่วงปลายปี


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่ากังวลขณะนี้คือ หลักเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ที่ห้ามไม่ให้ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ชี้ช่องหรือจัดการให้มีการทำสัญญาประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ และยังกำหนดให้พนักงานขายต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจดังกล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่