
ขสมก.เร่งตั้งเครื่องคุมเร็วรถสาธารณะ
“คมนาคม” สั่ง ขสมก.
“คมนาคม” สั่ง ขสมก.
แจ้งติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความเร็วทั้งรถเมล์ รถร่วม และรถตู้ คาดเสร็จไม่เกินเดือน ก.ค.นี้
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะประกาศให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อควบคุมความเร็วทั้งระบบไฟและระบบเซ็นเซอร์ เมื่อผู้ขับรถขับเร็วเกินกว่ากำหนด 60 กม./ชม. จะมีสัญญาณไฟแสดงให้เห็น คาดว่ารถทุกคันจะติดตั้งระบบดังกล่าวให้แล้วเสร็จไม่เกินเดือน ก.ค.นี้
ในการประชุมเรื่องการกำหนดมาตรการควบคุมความปลอดภัยของรถสาธารณะขององค์การขนส่งมนชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถร่วม และรถตู้ ทางขสมก.จะประกาศให้มีการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อควบคุมความเร็วทั้งระบบไฟและระบบเซ็นเซอร์เมื่อผู้ขับรถขับเร็วเกินกว่ากำหนด 60 กม./ชม.จะมีสัญญาณไฟแสดงให้เห็น ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการออกประกาศไม่เกิน 2 สัปดาห์และรถทุกคันจะต้องติดตั้งระบบดังกล่าวให้แล้วเสร็จไม่เกิน ก.ค.นี้
ทั้งนี้ เบื้องต้นจะให้ติดตั้งระบบไฟและระบบเซ็นเซอร์ ซึ่งรถสาธารณะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกคันละ 6,700 บาท จากปัจจุบันมีรถ ขสมก.ให้บริการ 3,000 คัน รถร่วม 4,000 คัน และรถตู้ที่ได้รับสัมปทาน ขสมก. 5,000 กว่าคัน
ขณะเดียวกัน ขสมก.จะต้องออกระเบียบการเดินรถของ ขสมก.ด้วยว่าจะต้องวิ่งเลนซ้ายสุด วิ่งไม่เกิน 60 กม./ชม. และจะแซงกันได้ในกรณีใดบ้าง ฯลฯ เพื่อควบคุมรถสาธารณะไม่ให้ขับรถเร็วหรือประมาท
นอกจากนี้ ยังประสานกับกองบังคับการตำรวจจราจรกลาง (บก.จร.) ให้สามารถจับปรับรถที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้วยโทษสูงสุด และหากมีการร้องเรียนและมีภาพแสดง สามารถแจ้งหน่วยตาเพชรติดตามดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย ซึ่ง บก.จร.จะมีเว็บไซต์รองรับอยู่แล้ว
สำหรับการแก้กฎกระทรวงเรื่องการกำหนดอายุพนักงานขับรถนั้น ทางกรมการขนส่งทางบกจะเร่งดำเนินการแก้ไข คาดว่าภายใน 2 เดือนจะยื่นแก้ไขแล้วเสร็จ ซึ่งต่อไปพนักงานขับรถสาธารณะต้องมีอายุ 25 ปีบริบูรณ์ และได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้ว 1 ปี มีการตรวจสอบสภาวะทางจิตจากโรงพยาบาล เพื่อวิเคราะห์สภาวะทางจิตด้วย นอกเหนือจากการตรวจ สอบสายตา การวัดประสิทธิภาพทางกาย และต้องไม่มีประวัติการทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างร้ายแรงมาก่อน โดยกรมการขนส่งทางบกจะต้องไปตรวจสอบ และมีการจัดอบรมเรื่องการขับขี่รถอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสภาพรถทางกรมการขนส่งจะต้องตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวดมากขึ้น หากสภาพรถไม่ดี จะไม่ปล่อยให้มาวิ่งบริการเด็ดขาด” นายสุพจน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการให้ความช่วยเหลือทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางบริษัทสหการขนส่งได้เข้าไปดูแลจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้วและจะจ่ายค่าประกันต่อไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกันทางขสมก.จะดูแลลูกผู้ที่เสียชีวิตโดยส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี







