posttoday
คุมประกันผ่านแบงก์ หวั่นตัวแทนสูญพันธุ์

คุมประกันผ่านแบงก์ หวั่นตัวแทนสูญพันธุ์

07 มิถุนายน 2554

กฎเหล็กของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

กฎเหล็กของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

โดย...ทีมข่าวการเงิน

กฎเหล็กของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ห้ามพนักงานธนาคารพาณิชย์ที่ไม่มีใบอนุญาตเสนอขายประกัน และห้ามยกหูโทร.ขายประกัน และห้ามชักชวนลูกค้าภายนอกมาทำประกันภัย ได้ส่งผลสะเทือนต่อธนาคารพาณิชย์ไม่น้อย

เมื่อย้อนไปดูเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก ช่วง 3 เดือน คือ ม.ค.-มี.ค. 2554 อยู่ที่ 10,864 ล้านบาท เป็นยอดที่ได้จากแบงก์แอสชัวรันซ์ สัดส่วน 44% หรือเฉียดๆ 4,500 ล้านบาท สูงกว่าการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตปกติที่มีสัดส่วนเหลือแค่ 38%

คุมประกันผ่านแบงก์ หวั่นตัวแทนสูญพันธุ์

บริษัทประกันชีวิตระดับบิ๊กๆ ส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์ ไม่ถือหุ้นร่วมทางตรง ก็จับมือธุรกิจทางอ้อม การขายผ่านนายหน้าตัวแทนแบบเดิมๆ อย่างเดียวจึงเสียเปรียบ

อีกทั้งที่ผ่านมาการขายผ่านนายหน้าตัวแทนกลับมีส่วนลดที่น้อยกว่าการขายผ่านธนาคารพาณิชย์ด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ คปภ.ต้องเข้ามาดูแลกฎ กติกา มารยาท ไม่ให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

กมลวรรณ อิ่มฤทัยเจริญโชค เจ้าหน้าที่บริหาร ธนบดีธนกิจ ธุรกิจประกันภัย ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า กฎใหม่ของ คปภ.ไม่ส่งผล กระทบต่อธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ของธนาคาร เนื่องจากปัจจุบันพนักงานธนาคารที่เสนอขายประกันหน้าเคาน์เตอร์ได้รับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต และตัวแทนประกันภัยอยู่แล้ว

“ปัจจุบันเรามีพนักงานที่ใด้ใบอนุญาตตัวแทนประมาณ 2,000 คนทั่วประเทศ และเราไม่ได้มีการชักชวนลูกค้าข้างนอกมาทำประกันภัย แต่จะเสนอขายที่สำนักงานสาขา รวมทั้งยังไม่มีการขายประกันผ่านโทรศัพท์และไม่มีการนำข้อมูลลูกค้าออกนอกธนาคาร” กมลวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางธนาคารจะร่วมกับธนาคารอื่นๆ หาข้อสรุปร่วมกัน เพื่อนำไปเจรจากับทาง คปภ.ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

สำหรับ 5 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารมียอดขายประกันคิดเป็น 30% ของเป้าหมายรวมที่วางไว้ 1,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% คาดว่าจะมีรายได้จากค่านายหน้าขายประกันประมาณ 400 ล้านบาท

ช่วงนี้ยอดขายประกันมีเข้ามาไม่มาก เพราะธนาคารไปเน้นเรื่องระดมเงินฝาก แต่เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อธนาคารได้ออกแบบประกันชีวิตสะสมทรัพย์ผสมกับคุ้มครองตลอดชีพทีเอ็มบี ชีวิตสมบูรณ์แบบ ชนิดมีเงินปันผล ในกรมธรรม์เดียวเป็นรายแรก ชำระเบี้ย 15 ปี คุ้มครองถึง 80 ปี เบี้ยเริ่มต้น 9,890 บาทต่อวงเงินความคุ้มครอง 1 แสนบาท คุ้มครองกรณีเสียชีวิต 150% ของวงเงินความคุ้มครอง จับกลุ่มลูกค้าอายุ 25-35 ปีตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ 100 ล้านบาท

สำหรับแบบประกันที่ขายดีในปัจจุบันคือ แบบชำระเบี้ย 8 ปีคุ้มครอง 15 ปี และทางธนาคารจะมีการปรับปรุงแบบประกัน 99/8 ซึ่งชำระเบี้ย 8 ปี คุ้มครอง 99 ปี โดยจะเพิ่มความคุ้มครอง 41 โรคร้ายแรงเข้ามา และคิดเบี้ยประกันเพิ่ม 500 บาทต่อปี จากปัจจุบันที่เบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาทต่อปี คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

ด้าน กฤษณ์ จันทโนทก ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส สายธุรกิจเงินฝากและการลงทุน และประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตร่วมกับบริษัทประกันภัยเพื่อนำมาบรรจุกล่องวางจำหน่ายภายในไตรมาส 3 นี้

ขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ เช่น ขั้นตอนการตรวจสุขภาพของลูกค้าและเรื่องการกำหนดค่าเบี้ยและวงเงินคุ้มครอง ซึ่งหากธนาคารสามารถลดขั้นตอนต่างๆ ได้ เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้เบี้ยรับของธนาคารเติบโตได้ตามเป้าที่ 5,000-6,000 ล้านบาทในปีนี้

นอกจากนี้ ธนาคารจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันกล่องของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความหลายหลากมากขึ้น เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันวินาศภัย เพื่อรองรับผลกระทบจากการแข่งขันด้านเงินฝากที่ทำให้ธุรกิจประกันเติบโตได้ไม่หวือหวา

“ธนาคารยังตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อทำการตลาดผลิตภัณฑ์ประกันคุ้มครองธุรกิจในกลุ่มลูกค้าระดับสูง สถาบันและเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นจุดอ่อนของธนาคาร” กฤษณ์ ระบุ

ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาธนาคารได้เบี้ยรับรวมจากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ประมาณ 1,800 ล้านบาท มีสัดส่วนเบี้ยปีแรก 60% และเบี้ยต่ออายุ 40% สำหรับรายได้หลักมาจากเบี้ยประกันชีวิต 70% ผ่านบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซีพี (เอเอซีพี) และบริษัท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล แอสชัวรันส์ (เอไอเอ) ที่เหลือ30% เป็นประกันวินาศภัยของบริษัท ศรีอยุธยา ประกันภัย

สตีเฟ่น แอปเปิ้ลยาร์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีเบี้ยประกันรับปีแรกเติบโตเพิ่มขึ้นสูงถึง 29% คิดเป็นเงิน 1,138 ล้านบาท ยอดขายส่วนใหญ่มาจาก 4 ช่องทางหลัก โดยช่องทางตัวแทนทำได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ช่องทางแบงก์แอสชัวรันซ์อยู่ที่ 305 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 72% ขายตรง มียอดขายทั้งสิ้น 226 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 35% และสุดท้ายประกันกลุ่มสวัสดิการพนักงาน 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 57%

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่