
ดัชนีอุตฯเม.ย.ต่ำสุดใน2ปี
ผลจากรถ-ฮาร์ดดิสก์-อาหารลดผลิตส่อต้องหดเป้าครึ่งปีแรกลง
ผลจากรถ-ฮาร์ดดิสก์-อาหารลดผลิตส่อต้องหดเป้าครึ่งปีแรกลง
ดัชนีผลผลิตอุตฯ เม.ย. ดิ่งลง 7.81% ต่ำสุดในรอบ 23 เดือน การใช้กำลังผลิตเหลือ 54% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี เพราะยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อาหารฉุด
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน เม.ย. 2554 อยู่ที่ระดับ 165.89 ลดลง 7.81% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ลดต่ำสุดในรอบ 23 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2552 ที่มีดัชนี 159 ขณะอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือน เม.ย. อยู่ที่ 54.6% ลดต่ำสุดในรอบ 2 ปี ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2552 ที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 51% โดยอุตสาหกรรมที่เป็นตัวฉุดค่าดัชนีลง ได้แก่ ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อาหาร
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตและจำหน่ายลดลง 27.8% และ 17.2% ตามลำดับ โดยสาเหตุมาจากผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศญี่ปุ่นได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนป้อนได้เพียงพอ ส่งผลผู้ประกอบรถยนต์ในไทยปรับแผนผลิตลง โดยเดือนนี้บางบริษัทผลิตเพียง 17 วันเท่านั้น
ขณะที่การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ การผลิตลดลง 16.8% และจำหน่ายลดลง 13.3% เพราะปัจจุบันความต้องการสินค้าเริ่มทรงตัว ประกอบกับมีเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ที่สามารถมาเป็นสินค้าทดแทนเพิ่มมากขึ้น เช่น โซลิด สเตส ไดร์ฟ (เอสดีดี) ส่งผลให้การผลิตฮาร์ดดิสก์จะเริ่มปรับตัวลดลง ส่วนอุตสาหกรรมอาหาร การผลิตลดลง 4.6% และจำหน่ายลดลง 6.6% เป็นผลมาจากกุ้งแช่แข็งผลิตลดลงมาก เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ ทำให้ปริมาณกุ้งลดลงและราคาปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถผลิตได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแนวโน้มดัชนีในเดือน พ.ค. จะปรับตัวดีขึ้นกว่าเดือน เม.ย.นี้ เนื่องจากการผลิตรถยนต์เริ่มกลับมาผลิตได้ตามปกติ โดยในไตรมาส 34 ค่าดัชนีผลผลิตน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การที่ค่าดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ติดลบ อาจจะส่งผลทำให้ค่าดัชนีไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ทาง สศอ.กำหนดไว้ที่ระดับ 6-8% จึงต้องรอลุ้นว่าในช่วงไตรมาส 3 อุตสาหกรรมยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์จะฟื้นกลับสู่ภาวะปกติหรือไม่ รวมทั้งอาจต้องลดเป้าดัชนีผลผลิตครึ่งปีแรก 4-5% ลง ซึ่งหลังจากผ่านช่วงครึ่งปีแรกไปสศอ.จะต้องมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และอาจจะต้องมีการปรับเป้าหมายใหม่ ทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม และอัตราการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม (จีดีพีอุตสาหกรรม) ที่แต่แรกตั้งเป้าไว้ที่ 45%
“ไม่แน่ใจว่าดัชนีจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ว่าจะฟื้นตัวหรือเปล่า ส่วนการที่ค่าดัชนีผลผลิตไม่โตสอดคล้องการส่งออก เนื่องจากส่งออกโตจากมูลค่าสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่สถานการณ์ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในขณะนี้ลดลงค่อนข้างมาก” นายสมชาย กล่าว







