
ค่ายรถเร่งผลิตฟื้นตลาด
ญี่ปุ่นสั่งเดินเครื่องเร็วกว่าคาดเชื่อครึ่งปีหลังตลาดหวนคึกคัก
ญี่ปุ่นสั่งเดินเครื่องเร็วกว่าคาดเชื่อครึ่งปีหลังตลาดหวนคึกคัก
ผู้จัดมอเตอร์ เอ็กซ์โป คาดค่ายรถเร่งเดินเครื่องผลิตในครึ่งปีหลัง ดันตลาดไตรมาสสุดท้ายติดเครื่องทำยอดขายทั้งปี 8.8 แสนคัน
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2011 หรือมหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า แนวโน้มที่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจะกลับมาเดินเครื่องจักรผลิตเต็มกำลังอีกครั้งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งจะทำให้ตลาดรถยนต์ในช่วงที่เหลือโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายกลับมามีความคึกคักอีกครั้ง และน่าจะทำยอดขายตลอดปีได้ไม่น้อยกว่า 8.8 แสนคัน เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% ตามเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดรถยนต์ในภาพรวมจากนี้ไปจะขยายตัวในระดับที่ช้าลง และน่าจะเห็นการเติบโตระดับ 10% ได้ยากขึ้น เนื่องจากยอดจำหน่ายปีละ 8 แสนคัน ถือเป็นยอดจำหน่ายที่สูงมากอยู่แล้ว การเติบโตจากฐานขนาดใหญ่ทำให้ตลาดชะลอการเติบโตลง
“ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ตลาดมีการเติบโตที่เหนือกว่าที่คาดการณ์ แต่ก็ชะลอลงไปเมื่อญี่ปุ่นเจอปัญหาสึนามิ แต่คาดว่าเมื่อทุกอย่างแก้ไขกันอย่างลงตัว ตลาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง” นายขวัญชัย กล่าว
นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28 ในวันที่ 112 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จะเปิดให้ค่ายรถจองพื้นที่ในวันที่ 8 มิ.ย. โดยคาดว่าจะมีค่ายรถสนใจจองพื้นที่กว่า 36 ราย และจะมีการนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาแสดงหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อีโคคาร์ หรือรถปิกอัพ โดยเชื่อว่าผู้เข้าชมงานจะมีไม่น้อยกว่าการจัดงานครั้งที่ 27 ที่มีเกือบ 1.7 ล้านคน และมียอดจองรถยนต์ภายในงานถึง 3.3 หมื่นคัน
ด้านนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายแจ้งกลับมาว่าได้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว เพราะบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการโอนกำลังการผลิตไปยังโรงงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมีการป้อนให้กับเครือข่ายซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ป้อนสู่ตลาดได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ดังนั้นในปีนี้คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์จะอยู่ที่ระดับ 1.7 ล้านคัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.8 ล้านคัน
“เดิมคาดว่าสถานการณ์การผลิตรถยนต์จะชะลอตัวไปจนถึงปลายเดือน มิ.ย. แต่ปรากฏว่าญี่ปุ่นสามารถฟื้นตัวได้แล้ว โดยมีการแก้ไขสถานการณ์ได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลดีต่อการเดินหน้าผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์ และโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่และเล็กที่สามารถผลิตเพื่อป้อนตลาดทั่วโลกได้” นายวิฑูรย์ กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ว่าสถานการณ์การผลิตจะเริ่มฟื้นตัว แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมยังคงต้องเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อป้อนสู่ระบบให้เพียงพอและทันต่อการผลิตที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้อาจมีโรงงานชิ้นส่วนขนาดเล็กที่มีการปรับลดพนักงานบางส่วน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จะยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มของโรงงานผลิตชิ้นส่วนขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 ราย ทั่วประเทศ และจะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์และการสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงานในขั้นสูงขึ้น จากเดิมที่ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกรถปิกอัพ แต่ในอนาคตจะต้องหันมาผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการในต่างประเทศ ซึ่งหากไทยไม่สามารถพัฒนาทักษะแรงงานในขั้นสูงขึ้นได้ โอกาสที่ญี่ปุ่นจะดึงกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนเอสเอ็มอีเข้ามาทดแทนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย จะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเสียโอกาสทางธุรกิจได้







