
พลังงานเร่งแก้เติมNGVรอคิวนาน
“วรรณรัตน์”สั่งเร่งโครงการแท็กซี่เอ็นจีวีพร้อมแก้ปัญหารอคิวนานเติมเอ็นจีวีในปั๊ม ระบุปี 54 มียอดใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
“วรรณรัตน์”สั่งเร่งโครงการแท็กซี่เอ็นจีวีพร้อมแก้ปัญหารอคิวนานเติมเอ็นจีวีในปั๊ม ระบุปี 54 มียอดใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานไปเร่งดำเนินการโครงการปรับเปลี่ยนเอ็นจีวีในรถแท็กซี่ให้เร็วที่สุด หลังบริษัทผู้ชนะประมูลอุปกรณ์และถังเอ็นจีวีได้ยกเลิกสัญญา ส่งผลให้แท็กซี่ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 5,988 คัน ยังไม่ได้รับการติดตั้ง
ทั้งนี้มีความเป็นไปได้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ แต่จะต้องไม่ผิดข้อกฎหมายตามระเบียบของราชการ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ที่ต้องการให้ภาครัฐจ่ายเป็นเงินสดโดยตรงกับอู่ที่รับติดตั้งเอ็นจีวี นั้น อาจจะเกิดความเสี่ยงและไม่ถูกหลักการ ขณะดียวกันขอให้ไปแก้ปัญหาความล่าช้าในการเติมเอ็นจีวีภายในปั๊มตลอดจนการขาดแคลนในบางพื้นที่ด้วย
ด้าน นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในวันที่ 26 พ.ค. นี้ กระทรวงพลังงานจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาความล่าช้าในการเข้าเติมเอ็นจีวี ซึ่งต้องยอมรับปัจจุบันปริมาณการใช้เอ็นจีวีสูงขึ้นต่อเนื่อง
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีปั๊มเอ็นจีวีอยู่จำนวน 440 แห่ง มีจำนวนรถยนต์ที่ใช้เอ็นจีวี 2.51 แสนคัน โดยยอดใช้เอ็นจีวีในเดือนเม.ย.อยู่ที่วันละ 5,992 ตัน ปรับเพิ่มขึ้น 30.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถ้าเทียบกับเดือนมี.ค. 2554 ปรับลดลง 7.1% เนื่องจากเดือนเม.ย.มีวันหยุดยาวทำให้รถบรรทุกที่ใช้เอ็นจีวีหยุดวิ่ง เมื่อผ่านช่วงเดือนเม.ย.ไปแล้วยอดใช้เอ็นจีวีก็ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดช่วง 20 วันแรกมียอดใช้อยู่ที่วันละ 6,300 ตัน
สำหรับการนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ตั้งแต่วันที่ 1-25 พ.ค. มีปริมาณ 1.15 แสนตัน คิดเป็นการชดเชยประมาณ 2,500 ล้านบาท หรือประมาณ 21.7 บาท/ก.ก. ซึ่งต้องยอมรับว่าราคาแอลพีจีในเดือนนี้สูงมาก โดยราคาอ้างอิง อยู่ที่ 965 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากญี่ปุ่นมีความต้องการแอลพีจีเพิ่มขึ้นจากผลกระทบแผ่นดินไหวและสึนามิ ทำให้แอลพีจีมีการแข่งขันการซื้อขายมาก ทั้งๆที่ตามปกติช่วงกลางปี ราคาแอลพีจีตลาดโลกจะอยู่ในช่วงขาลงมากกว่า
อย่างไรก็ตามด้านงปริมาณการใช้แอลพีจีในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 5.39 แสนตัน/เดือน หรือ 1.8 หมื่นตัน/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 0.2% แบ่งเป็น การใช้ในภาคขนส่ง 7 หมื่นตัน/เดือน หรือ 2,300 ตัน/วัน เพิ่มขึ้น 4% และการใช้ในภาคปิโตรเคมี 1.95 แสนตัน/เดือน หรือ 6,500 ตัน/วัน เพิ่มขึ้น 4% เช่นเดียวกันในขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือน อยู่ที่ 2.14 แสนตัน/เดือน หรือ 7,100 ตัน/วัน ลดลงเล็กน้อย จากเดือนมี.ค.และการใช้ในภาคอุตสาหกรรม 6 หมื่นตัน/เดือน หรือ 2,000 ตัน/วัน ลดลง 13%







