posttoday
รฟท.คุมไอซีดีลาดกระบังไฟเขียวรายเดิมบริหารต่อ

รฟท.คุมไอซีดีลาดกระบังไฟเขียวรายเดิมบริหารต่อ

14 พฤษภาคม 2554

คมนาคมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจ้างเอกชนรายเดิมบริหารไอซีดีลาดกระบังหลังหมดสัญญา รอรัฐบาลใหม่อนุมัติจ้าง 2 รายทำต่อ

คมนาคมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจ้างเอกชนรายเดิมบริหารไอซีดีลาดกระบังหลังหมดสัญญา รอรัฐบาลใหม่อนุมัติจ้าง 2 รายทำต่อ

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาผู้ประกอบการเข้ารับสัมปทานในสถานีบรรจุและแยกสินค้ากลาง (ไอซีดี) ลาดกระบัง หลังจากที่สัญญาสัมปทานกับผู้ประกอบการ 6 รายเดิมสิ้นสุดลงวันที่ 5 มี.ค. 2554

หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้ประกอบการสถานีไอซีดีเอง แต่คัดเลือกเอกชนเพียง 2 รายเข้ามาดำเนินการ โดยตามขั้นตอนต้องเสนอขออนุมัติจาก ครม. ซึ่งต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้นระหว่างนี้จะใช้การว่าจ้างผู้ประกอบการ 6 รายเดิมเป็นการชั่วคราวก่อน

“สถานีไอซีดีลาดกระบังรองรับการขนถ่ายตู้สินค้าได้เพียงปีละ 4 แสนทีอียู การปรับปรุงพื้นที่ใหม่ คาดว่าจะรองรับตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 แสน ถึง 1 ล้านทีอียูได้ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 150%” นายสุพจน์ กล่าว

นอกจากนี้ การปรับรูปแบบการบริหารสถานีไอซีดีลาดกระบัง ร.ฟ.ท. จะดำเนินการแทนการให้สัมปทานเอกชน ซึ่งเดิมแบ่งเป็น 6 โซน จะต้องมีการปรับการใช้ประโยชน์ของพื้นที่แบ่งเป็น 2 โซน คือโซนตะวันออกและตะวันตก เพื่อจัดทำเป็นจุดรวมและกระจายสินค้าได้เพิ่มขึ้น เพราะปรับลดพื้นที่ส่วนที่เป็นสำนักงานจากเดิม 6 สถานี มี 6 จุด จะยุบรวมเหลือเพียง 2 จุด ทำให้พื้นที่ส่วนที่เหลือสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ก่อนหน้านี้มีการเสนอให้มีการปรับย้ายพื้นที่ตั้งของสถานีไอซีดีลาดกระบัง ออกไปในพื้นที่รอบนอก แต่ได้มีการพิจารณาเห็นว่าควรจะปรับปรุงพัฒนาการใช้ประโยชน์จากสถานีไอซีดีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าที่สุด ตามข้อเสนอผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยให้พิจารณาจากแผนธุรกิจของผู้ประกอบการและการบริหารจัดการตู้สินคาที่สามารถทำรายได้ให้กับ รฟท.สูงสุด

ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า รฟท.ได้ให้สัมปทานผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาสถานีไอซีดี ลาดกระบังตั้งแต่ปี 2539 และสัญญาสิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2554 ดังนั้น ในระหว่างการพิจารณาคัดเลือกเอกชนเข้ามาดำเนินการ จึงต้องให้เอกชนรายเดิมดำเนินการไปก่อน ซึ่งในปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีรายได้จากการให้สัมปทานเอกชนทั้ง 6 ราย ปีละ 400 ล้านบาท คาดว่าหลังจากปรับรูปแบบโดยให้ ร.ฟ.ท. เข้ามาดำเนินการเอง โดยว่าจ้างเอกชน 2 รายเข้ามาบริหารสถานีไอซีดี จะทำให้มีรายได้เพิ่มเป็น 800 ล้านบาท ซึ่งแต่ละรายจะรับผิดชอบบริหารพื้นที่ 3 สถานี กำหนดสัญญาว่าจ้างคราวละ 5 ปี

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่