
หลังเลือกตั้งศก.ดี จี้แก้เงินเฟ้อ-เชื่อมั่น
หลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร มีผลเมื่อวันที่ 10 พ.ค. และจะมีการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นี้ การเมืองที่เดินไปตามทิศทางที่ควรจะเป็นและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
หลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร มีผลเมื่อวันที่ 10 พ.ค. และจะมีการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นี้ การเมืองที่เดินไปตามทิศทางที่ควรจะเป็นและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
จะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจภาคธุรกิจ จากการประมวลภาพกลุ่มธุรกิจ นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้ง ไม่ควรคิดนโยบายระยะสั้นแค่ 3-6 เดือน เช่น จะขึ้นค่าแรงเท่าไหร่ เพราะหากมองได้แค่นี้ ใครๆ ก็คิดได้ รัฐบาลควรมองนโยบายสร้างประเทศไทยระยะยาว เช่น 10-20 ปีขึ้นไป ว่าประเทศไทยจะเดินไปทิศทางไหนและควรจะพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไร
สำหรับเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจากการเลือกตั้ง เชื่อว่ายังคงเติบโตได้อยู่ เพราะมีพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่งเห็นได้จากภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ทั้งนี้แม้เศรษฐกิจไทยจะขับเคลื่อนด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือไม่สร้างอุปสรรคหรือขัดขวางการเติบโตของประเทศ โดยเฉพาะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งทุกฝ่ายควรเลิกทะเลาะกัน เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพ ประเทศโตอย่างยั่งยืน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มีความกังวลปัญหาเงินเฟ้อของไทย หากรัฐบาลใหม่มาบริหาร ยังคงใช้นโยบายประชานิยมเช่นปัจจุบัน ด้วยการตรึงราคาสินค้าเป็นระยะเวลานาน อาจไม่สามารถควบคุมปัญหาเงินเฟ้อได้ ดังนั้นรัฐบาลควรใช้นโยบายผ่อนคลายราคาสินค้าพิจารณาจากต้นทุนแท้จริง
ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ร่วมมือทำงานกับภาคเอกชนต่อไป โดยประสานความร่วมมือในรูปแบบของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อที่เอกชนจะได้ร่วมเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล
“ในมุมมองของภาคธุรกิจการเลือกตั้งคงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ เพราะเอกชนต้องเดินหน้าด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเอกชนต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยในช่วงหลังการเลือกตั้งมากกว่า” นายพยุงศักดิ์ กล่าว
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการเมืองก่อนและหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับนักธุรกิจมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศดีมาก ทั้งในเรื่องราคาสินค้าเกษตร และการส่งออก
“การเมืองไม่ค่อยมีผล จะมีเลือกตั้งหรือไม่มี แต่คงไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเผาเมืองเหมือนที่ผ่านมา สิ่งสำคัญ คือ พื้นฐานเศรษฐกิจไทยค่อนข้างแน่น แค่นี้นักธุรกิจก็พอใจแล้ว” นายสนั่น กล่าว
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดจะเข้ามา อยากให้สานต่อกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องการให้รัฐคำนึงถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ว่าประเด็นใดที่มีทับซ้อนกัน หรือขัดแย้งต่อกัน เพราะหากไม่ระบุให้ชัดเจนแล้ว ท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อผู้มีที่อยู่อาศัยมากกว่าจะเป็นประโยชน์
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากมีการเลือกตั้งอย่างถูกต้องและทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย บรรยากาศหลังการเลือกตั้งน่าจะเรียบร้อย ซึ่งไม่ว่าพรรคใดก็ตามที่เข้ามาบริหารประเทศ เอกชนหวังที่จะได้เห็นนโยบายที่ชัดเจน ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น โครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ควรแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ พร้อมกับผลักดันให้เปิดใช้บริการได้ตามเป้า
นายชัยประนิน วิสุทธิผล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ทำให้เจ้าของสินค้าเห็นภาพชัด หลังจากอึมครึมมานาน สินค้าต่างๆ เริ่มเคลื่อนไหวใช้งบโฆษณามากขึ้น ส่งผลทางอ้อมทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาขยายตัว
อย่างไรก็ตาม การเมืองหลังเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ยังต้องจับตามอง เพราะประเทศไทยมีบทเรียนเกี่ยวกับความรุนแรงมาแล้ว และอยากให้รัฐบาลใหม่จัดการปัญหานี้ให้ดี หากเกิดความรุนแรงอีกครั้ง การเมืองจะทำให้เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอยู่มีปัญหา
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตตา) กล่าวว่า ต้องการให้ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลการท่องเที่ยว เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ด้านการท่องเที่ยว สามารถวางนโยบายการกำกับการทำงานได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดแนวทางการพัฒนา สามารถส่งเสริมการขายสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆของประเทศไทยได้รวมถึงสามารถเข้าถึงการวางแผนตลาดการท่องเที่ยวว่าตลาดใดควรรุกหรือชะลอแผน เป็นต้น เชื่อว่าหากรัฐบาลให้ความสำคัญกับท่องเที่ยวจริงจัง ในอนาคตนักท่องเที่ยวจะเข้าไทยกว่า 20 ล้านคนนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมผู้ประกอบการสัมพันธ์ไทยจีน เปิดเผยว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ ควรมีมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว รวมถึงแก้ไขเรื่องการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตลาดดังกล่าวเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งด้านจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้ทางการท่องเที่ยว เพื่อทดแทนตลาดที่มีคุณภาพอย่างญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจทางการเงิน ทำให้แนวโน้มการเดินทางลดลง ถ้ารัฐบาลไม่เร่งแก้ไขเชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสดังกล่าวได้
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า สถานการณ์หลังการเลือกตั้งคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยจะประเมินได้เมื่อมีความชัดเจนแล้วว่าใครที่มีเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะแต่ละขั้วการเมืองจะสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกัน โดยในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดได้เข้ามาบริหารและอยากสนับสนุนให้คนมีบ้านหลักแรก ควรทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นมาตรการยั่งยืนมากกว่านโยบายเลือกตั้งอย่างที่เป็นอยู่ เช่น การใช้มาตรการฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ฟรีค่าจำนองให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก รวมถึง กรณีที่จะออกกฎหมายภาษีที่ดินฯ ก็ควรงดการจัดเก็บในปีแรกให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรกเช่นกัน ซึ่งวิธีการนี้ รัฐไม่ต้องหาเงินมาจ่ายค่าส่วนต่างใดๆ เลย แต่หากลดดอกเบี้ยบ้าน หรือดอกเบี้ยต่ำ ยังไงรัฐก็ต้องหาเงินมาสนับสนุน ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำได้แบบยั่งยืน
สอดคล้องกับนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย ที่ให้ความเห็นว่า รัฐบาลควรทบทวนโครงสร้างทางภาษีที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการโอน 2% ค่าจดจำนอง 1% และในส่วนของภาคธุรกิจจะมีภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ซึ่งในความเป็นจริงผู้ประกอบการจะถือเป็นต้นทุนที่บวกไปกับราคาบ้านของผู้บริโภคอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนต้องมีต้นทุนในการซื้อบ้านที่สูงขึ้น จึงมองว่าควรปรับลดอัตราดังกล่าวลงเหลือ 0.01% แบบถาวร ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการกระตุ้นชั่วคราว
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ต้องดูนโยบายของรัฐบาลนั้นๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร การหาเสียงและแนวทางปฏิบัติสอดคล้องกันหรือไม่ เนื่องจากปกติเวลาหาเสียงจะมีนโยบายออกมาจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าเป็นรัฐบาลจริงก็ไม่สามารถทำได้
“รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาถือว่า เสี่ยงเนื่องจากอุปสรรคด้านเศรษฐกิจโลกเป็นตัวขัดขวางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้ว่าการส่งออกในปัจจุบันจะอยู่เกณฑ์ดี แต่หากพิจารณาเชิงลึกจะพบว่า สินค้าที่แท้จริงตัวใดบ้างที่ ส่งออกได้มากและได้ราคาจริงๆ นั้น กลับมีน้อย เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน”นายไพบูลย์ กล่าว
นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ ที่ปรึกษาสมาคมรถร่วมเอกชน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถทราบได้ว่าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่สิ่งที่เอกชนต้องการคือ ให้รัฐบาลประกาศยกเลิกรถเมล์ฟรี 800 คัน และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมโครงการรถเมล์ 4,000 คัน เนื่องจากการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ไม่ได้คำนึงถึงรถร่วมเอกชนแต่อย่างใด
ส่วนการปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงนี้นั้นคงยังไม่ทำ แต่หากรัฐบาลเลิกอุ้มราคาน้ำมันดีเซลแล้ว ทางสมาคมจะต้องประชุมหารือกันก่อนว่า จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินหน้าทำอย่างไรต่อไป
&<2288;







