
ไล่ที่ในเขมร
ในขณะที่ผู้นำของกัมพูชากำลังพยายามแสดงบทบาทด้านการทหารกับไทยอยู่นั้น
ในขณะที่ผู้นำของกัมพูชากำลังพยายามแสดงบทบาทด้านการทหารกับไทยอยู่นั้น
โดย...สัมมา คีตสิน
ในขณะที่ผู้นำของกัมพูชากำลังพยายามแสดงบทบาทด้านการทหารกับไทยอยู่นั้น ด้านใจกลางเมืองหลวงของกัมพูชาเองกลับปรากฏข่าวหนึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อต่างประเทศ ซึ่งไม่ค่อยมีใครพูดถึงนัก แต่ไม่น่าจะทำให้ประชาชนตาดำๆ ชาวพนมเปญชื่นชมท่านผู้นำสักเท่าไร
เมื่อเช้าวันที่ 21 เม.ย. กำลังทหารและตำรวจปราบจลาจลของกัมพูชาได้ใช้กระบองไฟฟ้าเป็นอาวุธ ล้อมกรอบทุบตีชาวพนมเปญกลุ่มหนึ่งประมาณ 100 คน ซึ่งออกมาประท้วงอยู่หน้าศาลาว่าการ โดยชาวบ้านกลุ่มนี้ถูกทางการพยายามขับไล่ที่ เพราะทางการพนมเปญต้องการนำที่ดินริมทะเลสาบ Boeung Kak ไปให้เอกชนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันมาขอพบเจรจากับเจ้าหน้าที่
ดูภาพข่าวจากจอโทรทัศน์ต่างประเทศ เห็นคุณยายวัยชราชาวเขมร 2-3 คน ถูกตีเลือดไหลหัวร้างข้างแตก บางคนถึงกับสลบ และยังมีการจับผู้ประท้วงอีก 11 คน ซึ่งมีเด็กอายุ 11-12 ขวบ รวมอยู่ด้วย 2 คน จนกลุ่มเคลื่อนไหวที่เรียกว่า Housing Rights Task Force ต้องออกแถลงการณ์ประณามการกระทำนี้
นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่มีข่าวการใช้กำลังขับไล่ที่ชาวบ้านในเมืองหลวงของกัมพูชา และไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านออกมาประท้วง โดยเมื่อเดือน ม.ค. 2552 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ หลังจากนั้นมาก็มีชาวบ้านนับหมื่นครัวเรือนหรือประชาชนนับแสนคน โดนไล่ที่โดยใช้กำลัง
ย้อนหลังไปในยุค Killing Field เขมรแดงเคยล้มล้างระบบการครอบครองที่ดินส่วนบุคคล ไล่คนออกจากพนมเปญไปทำการเกษตรในชนบทจนเมืองร้าง ครั้นเมื่อเขมรแดงสูญอำนาจ ผู้คนต่างหลั่งไหลกลับเข้าเมือง ใครมาถึงก่อนครอบครองที่ดินสร้างบ้านก่อน แต่อาจไม่มีเอกสารสิทธิ
เมื่อปี 2550 รัฐบาลกัมพูชาให้สิทธิการเช่าระยะยาวถึง 99 ปี แก่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งมีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองใหญ่ของพรรครัฐบาลและมีนักธุรกิจจีนหนุนหลัง โดยมีแผนก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศบนพื้นที่ดินขนาด 830 ไร่ ซึ่งจะมีทั้งอาคารสำนักงานและบ้านหรูแบบวิลลา บริษัทที่ว่านี้มีเงินทุนหนาถึงประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เตรียมไว้สำหรับพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และใช้ในธุรกิจอื่นๆ
พนมเปญมีการขยายตัวในลักษณะนี้มากขึ้น ทำให้ราคาที่ดินแพงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ฉวยโอกาสดำเนินการด้านที่ดินให้เอกชนอย่างไม่โปร่งใส แลกกับผลประโยชน์ที่มิควรได้ จึงต้องช่วยออกแรงไล่ที่ชาวบ้านด้วย
การไล่ที่โดยใช้กำลัง หรือ Forced Eviction เป็นเรื่องท้าทายสิทธิมนุษยชนอยู่สม่ำเสมอในพนมเปญ องค์การสิทธิมนุษยชนสากลบอกว่ามีครัวเรือนประมาณ 1.5 แสนรายที่กำลังเสี่ยงต่อการถูกไล่ที่ออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งห่างไกลแหล่งงานและเป็นที่ดินแห้งแล้งไม่มีสาธารณูปโภค
แม้บางครัวเรือนจะได้รับเงินชดเชยมากถึง 8,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 แสนบาท ซึ่งถือว่ามากสำหรับวิถีชีวิตของคนกัมพูชา แต่ก็คงได้รับเงินเฉพาะผู้ที่มีเอกสารหลักฐานการครอบครองมาให้ดู ที่เหลืออาจไม่ได้อะไรเลย
ท่านผู้นำกัมพูชา เอาเวลาชวนทะเลาะกับไทยไปช่วยดูแลชาวบ้านของท่านก่อนดีมั้ย







