
MFCสบช่องสหรัฐฟื้นขายทาร์เก็ตฟันด์กอง2
บลจ.เอ็มเอฟซี ออกกองทุนทารเก์ตฟันด์กองที่ 2 ลุยซื้อหุ้นสหรัฐสภาพคล่องสูง หวังโอกาสทำกำไรจากจังหวะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งเป้ากำไร 10% ภายใน 1 ปี
บลจ.เอ็มเอฟซี ออกกองทุนทารเก์ตฟันด์กองที่ 2 ลุยซื้อหุ้นสหรัฐสภาพคล่องสูง หวังโอกาสทำกำไรจากจังหวะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งเป้ากำไร 10% ภายใน 1 ปี
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ยู เอส 10 ซีรี่ส์ 2 หรือกองทุนเปิด I-US10S2 ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท หวังสร้างโอกาสผลตอบแทนไม่น้อยกว่า 10% ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท) ภายใน 1 ปี จากจังหวะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีการบริหารกองทุนแบบเชิงรุกเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงทำให้สามารถปรับพอร์ตการลงทุนตามสภาวการณ์ตลาดได้ทันท่วงที
จากข้อมูล Bloomberg วันที่ 4 เม.ย.นี้มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐรักษาระดับการฟื้นตัวได้ดี จากปัจจัยสนับสนุน คือ การจ้างงานที่ต่อเนื่องจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ธนาคารกลางสหรัฐดำเนินนโยบายรักษาระดับดอกเบี้ยต่ำ เพื่อกระตุ้นการลงทุนตลาดทุน ขณะที่การประเมินมูลค่าหุ้นของสหรัฐยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีต นอกจากนี้บริษัทในสหรัฐมีงบการเงินที่ดี โดยหลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอยมีผลกำไรเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 และมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังมีสภาพคล่องค่อนข้างสูงจึงสนใจจะขยายการลงทุน และจ่ายเงินปันผลคืนให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาหุ้น ทั้งนี้จากปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จึงเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนเพื่อโอกาสการสร้างผลตอบแทน
กองทุนเปิด I-US10S2 จะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (ETF) ทั้งในตราสารทุน ตราสารหนี้ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 65% ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และเงินฝาก ซึ่งกองทุนเปิด I-US10S2 มีการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามสภาวะตลาด โดยขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตการลงทุนโดยมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยกองทุนจะเปิดขายวันที่ 22-29 เม.ย.2554 และเลิกโครงการเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 11.30 บาท







